วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

'จัตุรงค์' จี้ 'นายกฯ' จัดงบ หนุน ทนายประจำ สน. ยั้งเหตุซ้ำรอย 'ลุงเปี๊ยก'

'จัตุรงค์' จี้ 'นายกฯ' จัดงบ หนุน ทนายประจำ สน. ยั้งเหตุซ้ำรอย 'ลุงเปี๊ยก'

"สว.จัตุรงค์" หารือ จี้ "เศรษฐา" จัดงบอุดหนุนโครงการ ทนายประจำ สน. ตามข้อเสนอสภาทนายความ ชี้เป็นไปตาม กม.อุ้มหาย-คุ้มครอง ปชช. ไม่ซ้ำรอย "ลุงเปี๊ยก"

ที่วุฒิสภา นายจัตุรงค์ เสริมสุข  สว. หารือต่อที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อเรียกร้องให้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง ให้ความสำคัญกับข้อเสนอของสภาทนายความต่อการปรับกระบวนการยุติธรรม ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ให้มีทนายความประจำสถานีตำรวจ 1,400 แห่ง โดยจัดสรรงบประมาณให้ดำเนินการ หลังจากที่พบกรณีที่เกิดขึ้นกับลุงเปี๊ยก สามีของป้าบัวผันที่ถูกกกลุ่มเยาวชนทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ซึ่งในรายละเอียดที่ถูกเปิดเผยพบว่าการสืบสวน สอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ไม่ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมาณและการกระทำให้บุคคลสูญหายย พ.ศ.2566 หรือ กฎหมายอุ้มหาย ที่กำหนดให้ผู้ที่ถูกนำตัวไปสอบสวนสามารถใช้สิทธิทนายในกระบวนการตรวจสอบได้

“จากการจับกุมลุงเปี๊ยก และแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมกับนำตัวไปขังคุก เพราะรับสารภาพว่าฆ่าป้าบัวผัน แต่ผมสงสัยว่าในกระบวนการได้ถ่ายภาพวีดีโอตามที่กฎหมายอุ้มหายกำหนดเป็นขั้นตอนไว้หรือไม่ หรือ ให้ทนายเข้าสังเกตการณ์ด้วยหรือไม่ ทั้งนี้จากการนำตัวลุงเปี๊ยกไปชี้จุดเกิดเหตุนั้น ไม่พบว่ามีทนายนำชี้ที่เกิดเหตุร่วมด้วย  ดังนั้นหากไม่มีการร้องเรียน การตรวจสอบและพบว่าเป็นการกระทำผิดของเยาวชน ลูกข้าราชการในพื้นที่และใกล้เคียง ลุงเปี๊ยกจะถูกส่งฟ้อง และหากไปรับสารภาพในศาล ต้องถูกจำคุก 25 ปี หรือตายในคุก แม้จะมีอาการป่วย จะไม่ถูกนำตัวไปรักษานอกเรือนจำ” นายจัตุรงค์ หารือ

นายจัตุรงค์ หารือย้ำว่า หากรัฐบาล และนายกฯ​ให้ความสำคัญกับเรื่องทนายประจำสถานีตำรวจ เชื่อว่าประชาชนจะไม่ถูกกล่าวหา ให้ร้าย และจับกุมไปติดคุกจนตาย.