วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

'สว.'ขอเคลียร์ข้อกฎหมาย ปมเลือก ตุลาการศาลปกครอง ห่วงชุดใหม่การเมืองแทรก

'สว.'ขอเคลียร์ข้อกฎหมาย ปมเลือก ตุลาการศาลปกครอง ห่วงชุดใหม่การเมืองแทรก

“เฉลิมชัย” หวั่น สว.ใหม่ ถูกการเมืองแทรกแซงเลือก ตุลาการฯ  ขอเคลียร์ข้อกฎหมาย ก่อนลงมติเลือก ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ด้าน “กาญจนารัตน์” ย้ำวุฒิสภามีหน้าที่เห็นชอบตุลาการฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม  ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จำนวน 5 คน ได้แก่ นายบุญเสริม นาคสาร, นางพรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์, นายวรวิทย์ สุขบุญ, นายสมฤทธิ์ ไชยยวงค์ และนายเชิดชู รักตะบุตร หลังจากที่ก.ศป. ได้พิจารณาและส่งให้วุฒิสภาพิจารณา และคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมฯ ได้พิจารณาตรวจสอบ พร้อมจัดทำรายงานเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ก่อนที่วุฒิสภาจะพิจารณารายงานของกรรมาธิการฯ ด้วยการประชุมลับ ได้เปิดให้ สว.หารือ

โดยนพ.เฉลิมชัย เครืองาม สว. ตั้งประเด็นคำถามถึงอำนาจของสว. ต่อการพิจารณาให้ความเห็นชอบตุลาการศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้กำหนดถ้อยคำที่ชัดเจนให้อำนาจวุฒิสภาดำเนินการ มีเพียงว่า เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ ซึ่งต่างจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 และ พ.ศ.2550 ที่กำหนดไว้ชัดเจนว่าส่งให้วุฒิสภาเห็นชอบ  อย่างไรก็ดีในกระบวนการได้มาซึ่งตุลาการศาลปกครอง ที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีศาลปกครอง พ.ศ.2542 นั้น ได้ออกตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 แม้ที่ผ่านมจะแก้ไขหลายครั้ง แต่ในกระบวนการนั้นไม่พบการแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปัจจุบันที่ไม่มีข้อความส่งให้วุฒิสภาเห็นชอบ ดังนั้นในกรณีที่ สว.ชุดหน้าเข้ามาทำหน้าที่ อาจมีประเด็นเกิดขึ้น เพราะสว.อาจมองว่ามาจากพรรคหรือฝ่ายการเมือง ดังนั้นอาจเกิดการแทรกแซงขึ้นได้

ทั้งนี้  นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์  สว. ชี้แจง ว่า โดยหลักการตุลาการศาลปกครอง และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ใช้อำนาจพิจารณาข้อโต้แย้งระหว่างรัฐกับเอกชน ใช้อำนาจชี้ขาดการใช้อำนาจของรัฐ ต้องผ่านการกลั่นกรองและเห็นชอบจากองค์กรต่างๆ  แม้การได้มาซึ่งตุลาการศาลปกครอง ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้ระบุว่าต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา และต่างจากรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 แต่หลักการดังกล่าวไม่ได้หายไป เพราะยังกำหนดว่าให้เป็นไปตามที่กฎหมายที่เกียวข้องบัญญญัติ

“แม้ถ้อยคำของรัฐธรรมนูญปัจจุบันต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้หลักการเปลี่ยนไปหรือหายไป เพราะมีอยู่ตรงวรรคท้าย ว่า อยู่ที่กฎหมายบัญญัติ กฎหมายว่าด้วยวิธีการจัดตั้งศาลฯ มาจากรัฐธรรมนูญ ถือว่าคงหลักการเดิม เพราะตุลาการศาลปกครองถือเป็นผู้ใช้อำนาจวิจิจฉัยชี้ขาดอำนาจของรัฐต้องผ่านการตรวจสอบและเห็นชอบจากองค์กรที่กำหนดไว้  ส่วนที่มองว่า พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง แก้ไขเพิ่มเติมมหลายครั้ง แต่พบว่าไม่ได้แก้ไขในหลักการประเด็นดังกล่าว และยังคงยืนยันหลักการ การใช้อำนาจของสว.ที่ต้องเห็นชอบว่า ไม่ได้ผิด หรือเกินเลยไป” นางกาญจนารัตน์ ชี้แจง

ทำให้นายศุภชัย กล่าวย้ำในความเห็นของนางกาญจนารัตน์ และให้ วุฒิสภาเดินหน้าพิจารณาต่อไป ซึ่งเป็นการประชุมลับ.