background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'ชาดา' แถลงร่วม ตร.จับเครือข่ายค้ายาบ้า 10 ล้านเม็ด ลุยปราบมาเฟียเบื้องหลัง

'ชาดา' แถลงร่วม ตร.จับเครือข่ายค้ายาบ้า 10 ล้านเม็ด ลุยปราบมาเฟียเบื้องหลัง

'ชาดา' แถลงร่วมตำรวจ 'บช.ปส.' จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดภาคเหนือ ซุกยาบ้า 10 ล้านเม็ด ใช้กล้วยน้ำว้าวางอำพรางท้ายรถกระบะ เน้นย้ำแนวทางทำงาน มท.ต้อง 'แยกปลา-แยกน้ำ' ระหว่าง 'ผู้เสพ-ผู้ค้า' ลั่นปราบปรามผู้มีอิทธิพลเอี่ยวยาเสพติดจริงจัง

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2566 ที่กองบัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) พล.ต.ท.สำราญ นาลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส., พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) ผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) และ พันเอก สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผู้บังคับการหน่วยข่าวกรองทางทหารศูนย์ปฏิบัติการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.ขกท.ศปก.นสศ.) พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล ร่วมกันแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติด โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย และยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ได้จำนวน 10 ล้านเม็ด

นายชาดา กล่าวว่า ตามนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เน้นการใช้ทุกมาตรการทางกฎหมายเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติด และยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ประกอบกับนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล มุ่งมั่นในการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายที่ก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมืองตามพันธกิจของกระทรวงมหาดไทยในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับพี่น้องประชาชนได้ “มีความสมบูรณ์พูนสุข” สังคมไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่ พี่น้องประชาชนไม่ต้องหวาดระแวงกับภยันอันตราย และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข

'ชาดา' แถลงร่วม ตร.จับเครือข่ายค้ายาบ้า 10 ล้านเม็ด ลุยปราบมาเฟียเบื้องหลัง

นายชาดา กล่าวอีกว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 66 หน่วยงานความมั่นคงได้ร่วมกันสืบสวนติดตามพฤติกรรมเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือ พบว่าจะใช้รถกระบะลักษณะตีคอก ก 13XX (ป้ายแดง) กำแพงเพชร และรถกระบะอีซูซุ ยX 81XX เชียงใหม่ ลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดเชียงใหม่ ลงไปยังพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยอำพรางด้วยพืชผลทางการเกษตร ต่อมาได้พบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายขับรถกระบะ ก 13XX (ป้ายแดง) กำแพงเพชร เข้าไปรับยาเสพติดบริเวณ ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ จากนั้นได้มุ่งหน้าสู่พื้นที่ภาคกลาง โดยมีรถยนต์อีซูซุ ยX 81XX  เชียงใหม่ ขับนำทางและนำมาจอดทิ้งไว้ที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นมี รถเก๋งฮอนด้า ญX 28XX กรุงเทพ ขับรถมาจอดที่หน้ารถกระบะ ก 13XX (ป้ายแดง) กำแพงเพชร แล้วมีคนลงจากรถเก๋งแล้วขึ้นไปขับรถกระบะลักษณะตีคอกฯ ออกไป โดยมีรถเก๋งขับนำทางไป ต่อมาพบรถกระบะ ก 13XX (ป้ายแดง) กำแพงเพชร ขับมาจอดภายในซอยหมู่บ้านฉัตรนคร แขวง/เขตประเวศ กรุงเทพฯ ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงตัวขอตรวจค้น จากการตรวจค้นรถกระบะลักษณะตีคอก พบมีการใช้กล้วยน้ำว้าจำนวนมากมาวางปิดทับซุกซ่อนกระสอบบรรจุยาบ้า จำนวนประมาณ 10 ล้านเม็ด จึงจับกุมผู้ต้องหาซึ่งทำหน้าที่ขับรถบรรทุกยาเสพติด และนำรถทั้งหมด จำนวน  5 คน พร้อมรถยนต์ 3 คัน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

'ชาดา' แถลงร่วม ตร.จับเครือข่ายค้ายาบ้า 10 ล้านเม็ด ลุยปราบมาเฟียเบื้องหลัง

นายชาดา กล่าวด้วยว่า กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลในทุกพื้นที่ โดยพบว่าผู้มีอิทธิพลส่วนมากมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่ต้องดำเนินการปราบปรามโดยเร่งด่วน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และใช้กลไกในระดับพื้นที่ร่วมบูรณาการทำงาน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้เปิดปฏิบัติการ (Kick off) ปราบปรามผู้มีอิทธิพล เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานร่วมกัน “แยกปลาแยกน้ำ” ระหว่างผู้เสพผู้ค้า ดำเนินการปราบปรามผู้ค้า ผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง โดยทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเนินการขยายผลเพื่อสืบหาเครือข่ายของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่มีอิทธิพลต่อไป

“ขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนและทุกคนในสังคมไทย หากพบเห็นเบาะแสการกระทำผิด เช่น ลักลอบจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย หรือการกระทำความผิดทุกรูปแบบ สามารถแจ้งข้อมูล และร้องเรียนร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ สายด่วน 1567 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง”  นายชาดา กล่าว

'ชาดา' แถลงร่วม ตร.จับเครือข่ายค้ายาบ้า 10 ล้านเม็ด ลุยปราบมาเฟียเบื้องหลัง