"กมธ.การเมือง" ชงข้อเสนอ ให้ อนุฯประชามติ พิจารณา ตั้งประเด็นสร้างคำถามปลายเปิด ยอมรับ ที่มา ส.ส.ร. ยังเห็นแย้ง "นิกร" จ่อส่งร่างคำถามประชามติให้ สส.พิจารณา
ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาฯ ที่มีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นประธาน ได้ร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมการรับฟังความเห็นในกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีนายนิกร จำนง เป็นประธานอนุกมธ. ซึ่งนัดหมายหารือเป็นการภายในเมื่อเวลา 13.00 น. ทั้งนี้การหารือดังกล่าวได้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
จากนั้นเวลา 15.15 น.นายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ทางคณะอนุกรรมการฯ แจ้งว่าต้องการจะทำแบบฟอร์มเพื่อสอบถามความเห็นสส.ทั้ง 500 คนเกี่ยวกับประเด็นต่างๆในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาทิ เห็นด้วยหรือไม่กับการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือเห็นอย่างไรกับการทำสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง รวมถึงประเด็นที่ควรแก้ไขในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน โดยการออกแบบคำถามจะต้องมีการเปิดกว้างเพียงพอให้สส.สามารถแสดงความเห็นตามเจตนารมณ์ของตนเองได้
ประธานกมธ.พัฒนาการเมือง กล่าวด้วยว่าสำหรับการติดตามเรื่องดังกล่าว ทางกมธ. ตั้งอนุกมธ.เพื่อพิจารณาศึกษาถึงที่มาของ ส.ส.ร. รวมถึงออกแบบระบบเลือกตั้ง ส.ส.ร.ที่ตอบโจทย์ ประกอบด้วย ฝ่ายการเมือง 4 คน จากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน, ฝ่ายนักวิชาการ 3 คน และจากภาคประชาชน 3 กลุ่ม โดยจะเริ่มประชุมนัดแรกในวันที่ 3 พ.ย.
ด้านนายนิกร กล่าวว่า จากการหารือได้รับความเห็นที่ดีจากกมธ. ทั้งนี้มีประเด็นที่จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เช่น การตั้งคำถามตามนโยบายของรัฐบาล การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยเว้นหมวด 1 หมวด 2 แต่ กมธ.ให้ความเห็นว่าถ้าไม่เว้นหมวด 1 หมวด 2 จะมีคำถามหรือไม่ ดังนั้นอนุกรรมการจะรับไปพิจารณา
"ยอมรับว่าการหารือกับกมธ.ของสภาฯ มีความเห็นแย้งกันอยู่คือเรื่องส.ส.ร.โดยจะถามว่ามีส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ และให้มีหรือไม่ ส่วนจะมีรายละเอียดเป็นอย่างไร ก็อาจจะต้องยกไว้ก่อนเพราะมีคำถามในเชิงลึก อาจจะให้คณะกรรมาธิการฯที่ตั้งโดยสภาฯในอนาคตเป็นผู้พิจารณาว่าจะทำอย่างไร" นายนิกร กล่าว
นายนิกร กล่าวว่า ในที่ประชุมยังได้มีการพูดถึงแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งมีความเห็นตรงกันว่าอยากจะแก้ทั้งสองฝ่ายที่เห็นไปในทางเดียวกัน ซึ่งก็จะพยายามและได้มีการพูดคุยที่นอกเหนือจากคำถามคือความเป็นไปได้ หลักการในทางการเมือง ซึ่งเป็นการทำความเข้าใจกัน โดยทางคณะกรรมาธิการฯจะตั้งคณะอนุกรรมาธิการฯเพื่อที่จะทำงานกันอย่างใกล้ชิด จะได้หารือกันในคำตอบสุดท้าย ที่จะนำไปสู่คำถามที่มีต่อประชาชน
นายนิกร กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีความกังวลเกี่ยวกับการทำประชามติ ซึ่งในที่ประชุมก็ได้มีการพูดคุยกันโดยส่วนตัวเห็นด้วยเพราะรู้อยู่แล้วว่าการใช้เสียงกึ่งหนึ่งของทั้งหมดไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องแรงจริง หากเสียงไม่ถึงแต่ทุกคนหวังจะแก้ก็แก้ไม่ได้เลย เพราะประชาชนออกมาใช้สิทธิไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ซึ่งทางคณะอนุ และชุดที่ศึกษาเห็นว่าเราจะแก้ไปก่อนโดยใช้กฎหมายปัจจุบัน เพราะเดี๋ยวจะหาว่าเตะถ่วง แต่เห็นด้วยที่จะให้ทางกมธ.พัฒนาการเมืองไปยกร่าง เพราะอาจจะต้องปรับปรุงกฎหมายประชามติ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ใช้เกี่ยวกับสัดส่วนการถามว่าจะต้องถามกี่ครั้ง เพราะครั้งหนึ่งต้องใช้งบประมาณถึง 3 พันล้านบาท ซึ่งการทำประชามติอาจจะมีเรื่องอิเลคทรอนิกส์มาด้วยหรือไม่ อาจจะต้องฝากกมธ.ไปพิจารณา.





