'ชาดา' ลั่น 'อุทัยธานี ไม่มีผู้มีอิทธิพล' กำชับคุมเข้มปืน-ยาเสพติด

'ชาดา'  ลั่น 'อุทัยธานี ไม่มีผู้มีอิทธิพล' กำชับคุมเข้มปืน-ยาเสพติด

มท.3นำทีมเยือนบ้านเกิด ติดตามสถานการณ์น้ำ-ปราบผู้มีอิทธิพล-ยาเสพติด ลั่น "อุทัยธานี ไม่มีผู้มีอิทธิพล" กำชับคุมเข้มปืน-ยาเสพติด

ที่ห้องประชุมชฎาแกรนด์ฮอล์ โรงเรียนอนุบาลเมืองอุทัยธานี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำและปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี

โดยมีนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะทำงานร่วมลงพื้นที่  มีนายธีรพัฒน์ คัชมาตร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วย นายอลงกรต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นายเผด็จ นุ้ยปรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง คณะนายก อบต./เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 8 อำเภอในจังหวัด เข้าร่วมการประชุมและให้การต้อนรับ 

นอกจากนี้ ภายในงานได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำภายในจังหวัด ก่อนมีการกล่าวถึงนโยบายการดำเนินงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เกี่ยวกับเรื่องอิทธิพลในพื้นที่ ยาเสพติด อาวุธปืน และการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน เพื่อให้จังหวัดอุทัยธานีเป็นจังหวัดนำร่องของการเป็นจังหวัดสีขาว

 

ทั้งนี้ภายหลังนายชาดา รับฟังการรายงานสถานการณ์น้ำ ได้กล่าวถึงนโยบายการดำเนินงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เกี่ยวกับเรื่องผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ปัญหายาเสพติด อาวุธปืน และการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนอย่างตรงจุดและทั่วถึง

โดยได้เน้นย้ำให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปรับตัวในการเข้าถึงประชาชนให้รับกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้จังหวัดอุทัยธานีนั้นเป็นจังหวัดนำร่องของการเป็นจังหวัดสีขาว

นายชาดาฯ กล่าวว่า วันนี้ได้มารับฟังสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งทางผู้ว่าฯ ได้มีการรายงานมาแล้วว่า ได้มีการเฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างดี จึงได้ถือโอกาสนี้เชิญ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่นทั้งจังหวัดเข้ามาพูดคุยกันว่าต่อไปนี้ จะทำให้อุทัยธานีเป็นพื้นที่สีขาว โดยที่ผู้ใหญ่บ้าน กำนันในอำเภอร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้กำกับผู้การ ทำการสแกนทุกพื้นที่ในเรื่องของยาเสพติด จะทำให้จังหวัดอุทัยธานีเป็นพื้นที่สีขาวให้ได้ ถือว่าต้องเข้ามาช่วยกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะเรื่องของยาเสพติด เพราะถือว่าเป็นปัญหารุนแรงของประเทศ

ส่วนเรื่องของผู้มีอิทธิพลนั้น จังหวัดอุทัยธานีไม่มีผู้มีอิทธิพล ทุกคนได้รับการสแกนอย่างดี ทางจังหวัดก็ได้ลงไปตรวจสอบหมด ตลอดจนนายอำเภอ ผู้กำกับสถานีตำรวจ ก็ได้ลงมาช่วยกัน ตามที่ตนเองได้มาชี้แจงนโยบาย ซึ่งจะมีการเดินทางไปทุกจังหวัด ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ 

"เราคงไม่ยอมให้เกิดขึ้นแน่นอน แต่วันนี้ พื้นที่ต่างจังหวัดยกเว้นกรุงเทพฯ มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นตัวหลักอยู่แล้ว แต่จะครอบคลุมทุกพื้นที่ก็ต้องมาดูเรื่องยาเสพติด ดูเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตลอดจนเรื่องการรังแกประชาชนอะไรต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะไม่ยอมให้เกิด

โดยตอนนี้เราก็ได้มีการตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ซึ่งก็ได้รับการรายงานมา ตามที่แจ้งไปอย่างเช่นที่ จังหวัดขอนแก่น ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ได้ลงไปดำเนินการจับได้คาหนังคาเขา ต่อไปนี้ก็จะมีแบบนี้เข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งก็ต้องขอใช้พื้นที่ตรงนี้ฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนทุกท่านว่าสามารถแจ้งเรื่องเข้ามาได้ ไม่ว่าจะเป็นทางศูนย์ดำรงธรรม หรือตามเบอร์โทรศัพท์ที่ตนเองได้แจ้งเอาไว้" นายชาดา กล่าว

นายชาดา กล่าวอีกว่า เรื่องอาวุธปืน ตอนนี้มีการเตรียมที่จะทำเรื่องคืนอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่รู้ว่าจะคืนกระบอกไหนดี แต่ก็คงต้องคืน เพราะกฎหมายเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนจะเข้มข้นมากขึ้นด้วยเช่นกัน แม้กระทั่งลูกกระสุนปืน จะให้มีการครอบครองต่อรายบุคคลได้ไม่เกิน 12 นัด และหากจะทำการซื้อ จะต้องมีการทำเรื่องขออนุญาตเหมือนกับการซื้อปืนด้วยเช่นกัน ขณะนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้มีการสั่งระงับการซื้ออาวุธปืน ตลอดจนการโอนต่างๆ ของเจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนทั่วไปทั้งหมด