'ปดิพัทธ์' รับดื่มเบียร์ตอนไปสิงคโปร์จริง ในวงคุยแรงงานไทย

'ปดิพัทธ์' รับดื่มเบียร์ตอนไปสิงคโปร์จริง ในวงคุยแรงงานไทย

"ปดิพัทธ์" เผยงบดูงานสิงคโปร์ ใช้ 9.1แสนบาท ที่เหลือพร้อมคืนคลัง พร้อมแจงภาพดื่มเบียร์ ระหว่างคุยแรงงานไทย ไม่เกี่ยวศักดิ์ศรี เหตุเป็นแค่เครื่องดื่ม เผยตอนพบทูต ก็ชนไวน์

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง แถลงผลการเดินทางไปดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 22 - 25 ก.ย. ว่า การดูงานดังกล่าวใช้งบประมาณจริง 917,009.51 บาท จากงบที่ตั้งไว้ 1,493,800 บาท ถือว่าใช้ต่ำกว่าที่ตั้งไว้ 500,000 บาท  ขณะที่งบประมาณรับรองที่ตั้งไว้  200,000 บาท ใช้จริง  60,742 บาท   โดยใช้ใน 2 ภารกิจหลักหลักคือการเลี้ยงรับรองนักศึกษาและคนทำงานไทยในสิงคโปร์ และรับรองคณะ สส. ของสิงคโปร์รวมถึงใช้เป็นค่าทิปคนขับรถ และค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อย ซึ่งบบประมาณที่ไม่ได้ใช้นั้นตนจะส่งคืนคลังทั้งหมด

 

นายปดิพัทธ์ แถลงถึงกรณีที่สังคมออนไลน์ วิจารณ์ว่าตนร่วมงานคราฟเบียร์และพบภาพดื่มเบียร์ นั้น เป็นความเข้าใจผิด เพราะตนไม่ได้ร่วมงานเทศกาลคราฟเบียร์  และในวันเสาร์ ช่วง 18.00 - 20.00 น. ตนพบกับตัวแทนแรงงานไทยในสิงคโปร์ จำนวน 30 คน ที่ห้องประชุม และหลังจากนั้นแรงงานไทยชวนให้ไปดูสภาพหอพัก การกินอยู่  ซึ่งพบว่ามีแรงงานหลายสัญชาติ ล้อมวงทานอาหารของแต่ประเทศ และพบว่ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย เพราะเป็นช่วงเลิกงานและพักผ่อน

“ภาพที่เห็นไม่ใช่ภัตตาคาร แต่เป็นแคนทีนในไซต์งาน ผมยอมรับว่าดื่มเบียร์จริง และนำกระป๋องเบียร์ชนกับแรงงานต่างๆ ทำให้เขากล้าพูด กล้าคุย และบอกถึงความเป็นอยู่ ซึ่งเป็นบรรยากาศแลกเปลี่ยนกันหลังประชุมที่มีอย่างเป็นทางการ ดังนั้นหากจะกังวลเรื่องภาพลักษณ์ ขอให้พิสูจน์ด้วยการทำงาน ผมดื่ม หลังเวลางาน ส่วนชีวิตส่วนตัวพร้อมให้วิจารณ์ แต่การวิจารณ์นั้นจะนำไปสู่อะไร เหตุผลที่ตรวจสอบ จะตรวจสอบทุกหน่วยอย่างเท่าเทียมหรือไม่ ผมขอภาพกลับ หากมองว่าภาพลักษณ์ผมไม่น่าเชื่อถือ” นายปดิพัทธ์ กล่าว

 

เมื่อถามว่าตอนก่อนเดินทางได้แจ้งว่าไปฐานะทูตของสภาฯ จึงควรรักษาภาพด้วยหรือไม่ นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า “ในการพบกับทูตไทยในสิงคโปร์ และเจ้าหนาที่ระดับสูงของสิงคโปร์ ผมได้ทานไวน์ ซึ่งถือเป็นเครื่องดื่ม ไม่เกี่ยวกับศักดิ์ศรี เมื่อทานไวน์กับบุคคลระดับสูง ดังนั้นการทานเบียร์กับคนไทย ไม่มีผลต่อภาพลักษณ์อะไร”

นายปดิพัทธ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับรายงานการดูงานนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำ หากแล้วเสร็จจะนำเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนต่อไป อย่างไรก็ดีมี 3 ประเด็นที่รุป ได้ คือ การเตรียมพร้อมด้านกฎหมายสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงกระบวนการชาร์จ ที่สามารถใช้ได้กับแบตเตอรี่ได้ทุกค่ายซึ่งตนเตรียมส่งให้พรรคการเมืองพิจารณา,  ปัญหาแรงงานไทยในสิงคโปร์ที่ต้องการทักษะขั้นสูง ดังนั้นต้องสนับสนุนการพัฒนาทักษะด้านช้างและภาษาเพื่อให้แข่งขันได้ ขณะที่การพัฒนาสภา ให้ก้าวหน้าและโปร่งใส ที่ต้องเริ่มต้นจากการนำระบบคลาวน์มาใช้ ขณะที่การติดตามการประชุมสภาฯ​ตนเตรียมเสนอ ว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือ อภิปรายงบประมาณ สามารถให้ประชาชนเข้าฟังการประชุมได้ตามที่ต้องการ เพื่อให้ประชาชนเป็นพยานในการตัดสินใจของสภาฯ  ไม่ใช่มาเพียงแค่เยี่ยมชม 5-10นาที เท่านั้น

 

นายปดิพัทธ์ กล่าวถึงกรณีที่ สส.​ที่ร่วมคณะดูงานเดินทางกลับ จำนวน 2 คนนั้น ตนรับทราบแล้วว่าติดภารกิจที่เกิดขึ้นหลังจากการกกำหนดโปรแกรมดูงาน ซึ่งไม่ใช่การหนีกลับ หรือ กลับโดยพลการ.