วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

"สว."โวย ได้เวลาอภิปรายนโยบาย "เศรษฐา" คนละ 5นาที จากคนลงชื่อ59คน

"สว."โวย ได้เวลาอภิปรายนโยบาย "เศรษฐา" คนละ 5นาที จากคนลงชื่อ59คน

"เสรี" จ่อหารือหน้างาน ปรับเวลาอภิปราย หลังมี 59สว. เข้าคิวอภิปรายนโยบายรัฐบาล แต่ได้เวลาคนละ 5นาที ด้าน "สมชาย" งดร่วมวง ฝากข้อกังวล นโยบายแจกเงิน-ยุติธรรมเท่าเทียม

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของ สว. ต่อการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ต่อรัฐสภา วันที่ 11 - 12 ก.ย. นี้ ซึ่งกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ให้สว.ที่ต้องการร่วมอภิปรายแจ้งความประสงค์ ถึง 8ก.ย. โดยพบว่ามี สว.ร่วมเข้าชื่อแล้ว 59 คน ทำให้การจัดสรรเวลาที่ สว.ได้รับรวม 5 ชั่วโมง ต้องเฉลี่ยเเวลาอภิปรายเพียงคนละ 5 นาที

 

โดย นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว.  กล่าวว่าเวลาที่ สว.ได้รับน้อยเกินไป สำหรับเนื้อหาสาระที่เตรียมอภิปราย ดังนั้นต้องคุยหน้างานอีกครั้งว่าจะหาวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไร

 

 

"เวลาที่ได้น้อยไป พูดออกไปอาจไม่รู้เรื่อง ต้องไปคุยหน้างานจะหาวิธีแก้ปัญหาอย่างไร สำหรับเนื้อหาที่เตรียมไว้จะพูดเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000บาท จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ยั่งยืนหรือไม่ ยังไม่รู้จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ไหน ไม่ใช่เงินหมดแล้วก็กลับมาทุกข์เหมือนเก่า จะเกิดผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลังของประเทศหรือไม่" นายเสรี กล่าว

ขณะที่ นายสมชาย แสวงการ สว.กล่าวว่าตนไม่ประสงค์จะร่วมอภิปราย เนื่องจากทราบว่ามี สว.ต้องการอภิปราย 59 คนและได้เวลาพูดคนละ 5 นาที อย่างไรก็ดีในนโยบายรัฐบาล ตนกังวลในโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ต้องใช้งบประมาณมากถึง 5.6 แสนล้านบาท โดยมีประชาชนได้รับ 56 ล้านคน ซึ่งไม่แยกคนรวย หรือคนจน รวมถึงนักการเมือง ข้าราชการ ซึ่งกรณีดังกล่าวหากกระตุ้นเศรษฐกิจไม่สำเร็จอาจเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ฟองสบู่แตก เกิดวิกฤติต้มยำกุ้งได้ 

 

"สว."โวย ได้เวลาอภิปรายนโยบาย "เศรษฐา" คนละ 5นาที จากคนลงชื่อ59คน

นายสมชาย กล่าวว่านอกจากนั้นยังมีประเด็นที่กังวล คือ ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่ไม่มีในนโยบายรัฐบาล เช่น กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเป็นตัวอย่างที่ประชาชนกำลังจับจ้องว่า รัฐบาลจะสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมได้หรือไม่ เพราะนายทักษิณได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษ เหลือโทษจำคุก 1ปี ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ แต่เมื่อรักษาตัวจนอาการดีขึ้น จะต้องถูกนำกลับไปรักษาตัวที่อยู่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมปกติ ที่มีขีดความสามารถในการรักษาเพียงพอ รับโทษอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์จนครบ 1ปี โดยไม่มีการขอรับการอภัยโทษเพิ่มเติมอีก

 

"นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ต้องวางหลักกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอภาค มีความเท่าเทียมกันทุกคน จะเป็นจุดเริ่มต้นนำไปสู่การสร้างความปรองดองได้สำเร็จ" นายสมชาย กล่าว.