"นพ.เรวัต" ค้านปรับเกณฑ์จ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

"นพ.เรวัต" ค้านปรับเกณฑ์จ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

"นพ.เรวัต" โพสต์เฟซบุ๊ค ค้านปรับหลักเกณฑ์จ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ยืนยันต้องเป็นสวัสดิการถ้วนหน้า ฐานะผู้เสียภาษีให้รัฐมาตลอดชีวิต

นพ.เรวัต วิศรุตเวช รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค เพื่อแสดงความเห็นต่อกรณีที่กระทรวงมหาดไทย ออกระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. พ.ศ. 2566 ซึ่ง ปรับหลักเกณฑ์จ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยใช้เกณฑ์ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ จากเดิมที่จ่ายให้กับผู้ที่มีอายุครบตามเกณฑ์ ว่าตนยืนยันว่าเบี้ยผู้สูงอายุต้องเป็นสวัสดิการถ้วนหน้า ไม่แบ่งแยก โดยกำหนดเกณฑ์ใหม่ ให้ผู้มีสิทธ์รู้สึกว่าเป็นคนอนาถา ที่ต้องรอรับความเมตตาจากรัฐแบบอำนาจนิยมที่ชอบให้ประชาชนรู้สำนึกในบุญคุณที่ยื่นให้ ทั้งๆที่มันคือสิทธิ์ของเขาผู้เสียภาษีมาตลอดชีวิต

"การคิดจะเปลี่ยนเกณฑ์ผู้สูงอายุเพื่อรับสวัสดิการจากเดิมซึ่งเป็นแบบถ้วนหน้า มาเป็นแบบคัดกรองต้องพิสูจน์ว่าจนจริงๆ จึงจะได้รับสิทธิ์มันจะกลายเป็นสวัสดิการแบบอนาถาหรือแบบสงเคราะห์ ซึ่งจะเป็นการประทับตราว่าผู้มีสิทธิต้องเป็นคนอนาถาเหมือนคนไข้อนาถาก่อนจะมีบัตร30บาท ที่ให้ความรู้สึกตำ่ต้อยกับผู้ป่วยที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ หลักการนี้ได้ผ่านการถกเถียงและตกผลึกมาแล้วคือสวัสดิการการรักษาถ้วนหน้าที่ต้องให้สิทธิ์กับทุกคน ไม่ว่าจะรวยหรือจน แล้วก็เลือกได้ว่าจะใช้สิทธินั้นหรือไม่เพราะฉะนั้นเบี้ยผู้สูงอายุก็ควรเป็นหลักการเดียวกัน" นพ.เรวัต ระบุ

 

นพ.เรวัต ระบุด้วยว่า ส่วนกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ระบุว่าเป็นผู้สูงอายุที่ไม่ขอรับสิทธิ์ คงลืมไปว่าตนเองรับเงินบำนาญอยู่แล้วจึงไม่เข้าเกณฑ์.