เลขาธิการพรรคเพื่อไทยยอมรับเตรียมปรับ MOU ตั้งรัฐบาล ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ถอดชื่อ "พิธา" ที่หนุนเป็นนายกฯ ยืนยันสัมพันธ์กับ "ก้าวไกล" ยังดีอยู่
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวยอมรับว่า ต้องปรับเอ็มโอยูในการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะในข้อ1 ของเอ็มโอยูยังระบุว่าสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้โอกาสเป็นไปไม่ได้แล้ว
ส่วนกรณีการเลื่อนประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล จากเดิมที่นัดหมายวันที่ 25 กรกฏาคม ออกไปโดยไม่มีกำหนดนั้น ไม่มีอะไร เพราะสิ่งที่ 8 พรรคมอบหมายให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการยังอยู่ระหว่างต้องตัดสินใจหลายประเทศ อีกทั้งคาดการณ์ว่าการประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตนายกฯ จะเลื่อนออกไป และหากเลื่อนไปต้นเดือนสิงหาคม พรรคเพื่อไทยยังมีเวลาพูดมากขึ้น อย่างน้อย 1 สัปดาห์
"ผมเชื่อว่ารัฐสภาจะนัดโดหวตนายกฯ อีกครั้งหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว เมื่อมองตามสถานการณ์แล้ว ต้นเดือนสิงหาคมเป็นช่วงของวันหยุดยาว ศาลอาจจะประชุมหรือไม่ก็ได้ หากประชุมไม่ได้ ก็ต้องเป็นสัปดาห์ถัดไป"นายประเสริฐ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลมองหน้ากันไม่ติด นายประเสริฐ กล่าวว่าไม่จริง เพราะตนยังพูดคุยกับนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล รวมถึงนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลทางโทรศัพท์ ซึ่งเข้าใจกันดีถึงเหตุผลที่เลื่อนประชุม 8 พรรค และหากนัดหมายอีกครั้งพร้อมจะเข้าร่วมประชุม
"การดำเนินการของพรรคเพื่อไทย ทำตามมติของ 8 พรรคร่วม ไม่มีการตกลงที่จะขอเข้าร่วมรัฐบาล ไม่มีการต่อรองตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรี เพียงแต่เป็นการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองร่วมกัน โดยพรรคเพื่อไทยไม่ได้ยืมมือเพื่อนผลักก้าวไกล เพราะพรรคร่วม 8 ก็ยังมีการพูดและทำงานรวมกันอยู่ ขณะที่การพูดคุยกับพรรคขั้วรัฐบาลเดิมนั้น พรรคเพื่อไทยได้ประกาศต่อสาธารณะทุกครั้ง ถือว่ารับรู้แล้ว" นายประเสริฐ กล่าว
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการเจรจากกับ ส.ว. นายประเสริฐ กล่าวว่า 13 เสียงที่โหวตให้นายพิธา ยังเหมือนเดิม ขณะที่อีกส่วนซึ่งพรรคเพื่อไทยประสาน อยู่ระหว่างพูดคุย โดยยอมรับว่ามมีบางส่วนที่ตัดสินใจแล้ว แต่ยังมีบางคนที่ติดเงื่อนไข เรื่องการแก้ไข มาตรา 112 สำหรับตัวเลขทั้งหมดนั้นอยู่ระหว่างจัดทำ





