วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

ดีเบต"แคนดิเดตนายกฯ"! ส.ว.อัดปลุกปั่น ข้ออ้างแก้ม.112 "พิธา" สวนเยาวชนมีความคิด

ดีเบต"แคนดิเดตนายกฯ"! ส.ว.อัดปลุกปั่น ข้ออ้างแก้ม.112  "พิธา" สวนเยาวชนมีความคิด

ดีเบต"แคนดิเดตนายกฯ"! ส.ว.เสรี อัด "พิธา-ก้าวไกล" ปลุกปั่น-ล้มล้างสถาบัน ข้ออ้างแก้ม.112 ขณะที่"พิธา" สวนเยาวชนมีความคิด

การประชุมรัฐสภา เพื่อลงมติบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี คือนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯจากพรรคก้าวไกล 

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.อภิปรายว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา272 บัญญัติให้รัฐสภาชุดแรกทำหน้าที่สำคัญในการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรเป็นนายกรัฐมนตรี คำว่า "เป็นบุคคลซึ่งสมควร" อยากให้ที่ประชุมแห่งนี้พิจารณาเป็นสำคัญในส่วนของนายพิธา ส่วนตัวมองว่าไม่สมควรได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ที่ผ่านมามีการพูดว่าเราจะไม่ทำตามมติมหาชนต้องทำความเข้าใจว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนลงคะแนนให้แต่ละพรรคเรียบร้อยดังนั้นแต่ละพรรคที่ประชาชนเลือกมาก็ต้องทำตามฉันทามติที่ประชาชนเลือกพรรคนั้นๆ

วันนี้เราผ่านการเลือกตั้งมาแล้วขณะนี้เป็นกระบวนการในรัฐสภาซึ่งเป็นกระบวนการอีกส่วนบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯรัฐมนตรีก็ต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามแต่เมื่อกำลังมีกระบวนการพิจารณากลับมาการให้บุคคลมาชุมนุมกดดัน

ยืนยันว่าเรามีความเกรงกลัวต่อเสียงประชาชนแต่ก็ต้องยืนยันการทำหน้าที่ในสภา ในการรักษาปกป้องประเทศและสถาบัน  ทั้งนี้การกล่าวอ้างคะแนน8พรรค25ล้านเสียง แต่ในส่วนของพรรคก้าวไกลกลับมาเพียง14ล้านเสียง อย่าสำคัญผิดว่าตัวเองได้30ล้านเสียง

เพราะยังมีคะแนนของพรรคอื่นๆ เช่นพรรคเพื่อไทยที่ได้คะแนน10ล้านเสียงซึ่งเป็นจำนวนมหาศาลไม่แพ้กันยืนยืนว่าส.ว.เคารพเสียงประชาชนแต่เสียงที่ท่านได้มาเป็นไปตามเจตนารมณ์ของคนที่เลือกพรรคนั้นๆมา 

ดีเบต"แคนดิเดตนายกฯ"! ส.ว.อัดปลุกปั่น ข้ออ้างแก้ม.112  "พิธา" สวนเยาวชนมีความคิด

นายเสรียังกล่าวว่า ฉะนั้นการทำหน้าที่ของส.ว.จึงเป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา272 บัญญัติให้รัฐสภาชุดแรกทำหน้าที่สำคัญในการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา159 คือกรณีการถือหุ้นสื่อ  การจะทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีในการไปบริหารประเทศ ต้องมีพฤติกรรมชัดเจนว่าจะต้องไม่กระทำการใดๆอันเป็นการดูหมิ่น ลบหลู่สถาบัน  

โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ที่ไม่ได้เกิดจากการแก้ให้เป็นสากลหรือดูแลประชาชนที่ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง

แต่4ปีที่ผ่านมาเราเห็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายมากมายสร้างเสรีภาพหรือเสนอแนวคิดให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปในแนวทางที่ผิดปล่อยให้มีการละเมิดจาบจ้วงสถาบัน

แต่กลับมีการกล่าวอ้างเหตุผลในการแก้ไขผู้ถูกดำเนินคดี272คดี ทั้งที่เป็นตัวเลขที่พวกท่านไปสนับสนุนมีการปลุกปั่นยุยงส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนกระทำผิดมากมาย โดยไม่มีการปกป้องห้ามปราม แถมยังเอาตำแหน่งส.ส.ไปประกันตัวผู้ที่กระทำผิด

สิ่งที่ทำปรากฎชัดเจนว่าเป็นการล้มล้างวันนี้ต่อให้จะมาพูดว่าไม่แก้มาตรา112 ตนจึงไม่เชื่ออีกต่อไป 

ดีเบต"แคนดิเดตนายกฯ"! ส.ว.อัดปลุกปั่น ข้ออ้างแก้ม.112  "พิธา" สวนเยาวชนมีความคิด

 

จากนั้นนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ได้แจ้งที่ประชุมมีสมาชิกคือนายประพันธุ์ คูณมี ส.ว.ประท้วงกรณีนายพิธามีการอภิปรายพาดพิงระบุว่า "มีศาลเตี้ยในสภา" ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดข้อบังคับแต่หากนายพิธาจะชี้แจงตนก็ยินดี

ทำให้นายพิธา ลุกขึ้นชี้แจงว่า คำว่าศาลเตี้ยในสภา เป็นเรื่องที่เห็นตรงกันว่าตราบใดที่คดียังไม่มีคำวินิจฉัยยังไม่สามารถตัดสินได้ และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาประท้วง แต่หากยังมีสมาชิกติดใจตนขอถอนเพื่อให้การประชุมเดินหน้าต่อไปได้ 

ดีเบต"แคนดิเดตนายกฯ"! ส.ว.อัดปลุกปั่น ข้ออ้างแก้ม.112  "พิธา" สวนเยาวชนมีความคิด

ส่วนที่มีการพาดพิงตนกรณีลงพื้นที่แล้วมีประชาชนมากราบเท้านั้นตนเห็นด้วยว่าไม่เหมาะสมและพยายามกราบเท้ากลับและได้ทำความเข้าใจแล้วว่าไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนี้ ส่วนที่บอกว่าตนและพรรคก้าวไกลมีการยุยงเด็กอาจเป็นความเข้าใจที่ต่างกันของคนที่มีช่วงอายุที่ต่างกัน

"เยาวชนคนหนุ่มสาวสมัยใหม่ยุงยงปลุกปั่นไม่ได้เขามีความคิดเป็นของตัวเองเขาเข้าถึงข้อมูลได้เยอะกว่าคนรุ่นเรา เราต้องเข้าใจก่อนว่าตอนที่เราอายุเท่าเขา ว่าการกระทำของเราต่างกับเขาอย่างไรยืนยันว่าไม่ไม่มียุยงปลุกปั่นอะไร เพราะเขายุยงปลุกปั่นไม่ได้"

นายพิธา กล่าวว่า กรณีที่ตนและพรรคก้าวไกลเอาตำแหน่งส.ส.ไปประกันตัวต้องใจว่าสิทธิในการประกันตัวและสิทธิในการเข้าถึงทนายเป็นพื้นฐานของการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชนทุกกลุ่มซึ่งส.ส.ต้องทำหน้าที่ให้เกิดเสรีภาพในการแสดงออกและการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม