background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ศาลอาญาพิพากษา จำคุก 'ประสิทธิ์ เจียวก๊ก' 1,155 ปี ชดใช้อีกกว่า 1,000 ล้านบาท

ศาลอาญาพิพากษา จำคุก 'ประสิทธิ์ เจียวก๊ก' 1,155 ปี ชดใช้อีกกว่า 1,000 ล้านบาท

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" 1,155 ปี กรณีหลอกลงทุนเว็บไซต์ ซื้อ-เช่าสินค้าแบรนด์เนม ชดใช้ค่าเสียหายอีกกว่า 1,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ฟ้องที่นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก กับพวกรวม 9 คนในฐานความผิดตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527, และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กรณีที่จำเลยและพวกได้ ได้ร่วมกันเปิดบริษัทซื้อแล้วปล่อยเช่ากระเป๋า แบรนด์เนม เมื่อปี 2463-2564 มูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่า นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ดำเนินธุรกิจโดยรู้หรือควรรู้ว่าเป็นธุรกิจที่ไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนได้ตามที่โฆษณา แต่ยังโฆษณาชักชวนผู้เสียหายมา ลงทุน ทำให้มีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ถือว่าบริษัท วีเลิฟยัวแบ็ก (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท เหนือโลก จำกัด และนายประสิทธิ์ จำเลยที่ 1, 3, 4 ร่วมกับทุจริตหลอกลวง มีความผิดตามฟ้อง แต่เป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบาท ให้ลงโทษข้อหาหนักสุด คือ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ให้ปรับ 321 กระทง ๆ ละ 500,000 บาท รวมปรับจำเลย 3 ราย ๆ ละกว่า 145 ล้านบาท และจำคุกนายประสิทธิ์ กระทงละ 5 ปี รวม 1,155 ปี แต่ตามกฎหมายให้ลงโทษสูงสุด 20 ปี และให้จำเลยทั้ง 3 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาทคืนให้ผู้เสียหาย พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

อย่างไรก็ตาม จำเลยบางรายได้ต่อสู้คดีว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยบางรายอ้างว่าได้ลาออกจากบริษัทแล้วในขณะที่จำเลยบางรายอ้างว่าเป็นเพียงลูกจ้างหรือเลขาไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิด หรือเป็นผู้ซื้อทองมาร่วมลงทุน จึงพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 5 6 7 8 9 พิพากษายกฟ้องแต่ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์

 

ทั้งนี้ อธิบดีศาลได้มีความเห็นแย้งเนื่องจากเห็นว่าจำเลยทั้งเก้ารายมีพฤติการณ์และหลักฐานที่เชื่อได้ว่าร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เป็นตัวการร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน มีการกระทำเป็นขบวนการ และความสัมพันธ์ใกล้ชิดเชื่อมโยงกับนายประสิทธิ์ และบริษัทไม่อาจอ้างได้ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำของจำเลยจึงเห็นว่าจำเลยทั้งเก้ามีความผิดตามฟ้อง