"ธนพร" ประเมิน "พท." ประกาศฮุบ "ปธ.สภาฯ" พร้อมเตรียมฉีก MOU กับ "ก้าวไกล" จี้ให้ตอบกับสังคม เชื่อ2พรรคใหญ่ พยายามเจรจาไม่ให้ดีลรัฐบาลล่ม
นายธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ให้สัมภาษณ์ ต่อกรณีที่พรรคก้าวไกล ขอเลื่อนเจรจาตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามที่นัดหมายกับตัวแทนของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ (28 มิถุนายน) ว่า ตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล แต่ตามปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ตนมองว่าพรรคก้าวไกลกำลังจะบอกว่า กูไม่กลัวมึง ดังนั้นกรณีที่พรรคก้าวไกลประกาศตัวแคนดิเดตประธานสภาฯ หมายความว่าพรรคก้าวไกลกำลังจะโยนโจทย์เรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของคนแค่ 500 คน แต่เป็นเรื่องคนไทย 70 ล้านคน ว่าคนไทยจะเอาไหมว่าประธานสภาแบบนี้
"เดิมผมเคยคิดว่าพรรคเพื่อไทยเดินตามหลังพรรคก้าวไกลสักก้าวหนึ่ง แต่ตอนนี้กำลังจะตามหลายช่วงตัว ถ้าเราดูฉาบฉวย เราจะเหมือนกับผู้ใหญ่กำลังไล่ตบกบาลเด็ก แต่ถ้ามองให้ลึก วันนี้ผมยังไม่เห็นรีแอคชันอะไรจากพรรคก้าวไกลเลย นอกจากบอกว่าขอเลื่อนการประชุมไปก่อน พอดีเลย์ มันก็จะกลับไปที่พรรคเพื่อไทย สะท้อนให้เห็นว่ากูไม่กลัวมึง และมึงมีอะไรจะออกของ ก็ออกมา พร้อมทุกเงื่อนไข" นายธนพร กล่าว
เมื่อถามว่าตอนนี้บูมเมอแรงไปตกที่ฝั่งไหน นายธนพร กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ที่พรรคเพื่อไทย เพราะตนมองว่าพรรคก้าวไกลมีความชอบธรรมโดยการเป็นพรรคอันดับหนึ่ง หากพรรคเพื่อไทย จะฉีกสัตยาบรรณที่ทำร่วมกัน ต้องประกาศให้ชัดว่าจะฉีก MOU หรือไม่ เพราะประเด็นที่พรรคเพื่อไทยประกาศว่าจะขอประธานสภาฯ คือทางต้องเลือกว่า หากจะเดินไปให้สุด ต้องฉีก MOU และควรประกาศก่อนวันที่ 4 กรกฎาคม ทั้งนี้ประเด็นที่เกิดขึ้นสังคมจับตาว่าดีลรัฐบาลจะล่มหรือไม่ ตนมองว่า คงพยายามเจรจากันอยู่
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยมีการปรับสูตรจาก 14+1 เป็น 13+1 มองว่าอย่างไร นายธนพร กล่าวว่าหากพรรคเพื่อไทยปรับสูตร คงไม่เสนอ 14+1 เมื่อวานก็เสนออย่างเปิดเผย มีการแถลงเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนตัวในภาพรวมถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะก่อนหน้าปี 66 เราไม่เคยเห็นการเจรจาทางการเมืองแบบเปิดเผยมาก่อน ถือเป็นประโยชน์กับประชาชน
เมื่อถามว่าจะเข้าทางที่ทำให้พรรคเพื่อไทย เสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกรัฐมนตรี และทำให้พรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ นายธนพร กล่าวว่า เกมนี้เข้าเงื่อนไขหมด แต่ไม่ใช่ปัญหาของพรรคก้าวไกล
เมื่อถามว่ามองว่าพรรคเพื่อไทยจะยอมถอยหรือไม่ นายธนพร กล่าวว่าขณะนี้พรรคเพื่อไทยฟันธงไปแล้ว ขณะเดียวกันสอดคล้องกับกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับบ้าน ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องเดินแบบนี้ เพราะความต้องการของนายทักษิณเหนือกว่าความต้องการของคนเลือกพรรคเพื่อไทย เนื่องจากนายทักษิณ เป็นเจ้าของพรรค ถ้านายทักษิณกลับ สิ่งที่นายทักษิณต้องทำคือต้องเลิกเล่นการเมือง คำว่าเลิกเล่นการเมืองไม่ใช่นายทักษิณคนเดียว แต่หมายถึงตระกูลชินวัตรทั้งหมดด้วย
"หมายถึงว่าพรรคเพื่อไทยก็ต้องได้รับผลกระทบ เพราะก็ถือว่าเป็นเครือข่ายครอบครัว ในเมื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ตัดสินใจแบบนั้น ฉะนั้นผลกระทบของพรรคก็ต้องมีการเตรียมการรองรับซึ่งพรรคเพื่อไทยก็น่าจะมีแผนรองรับ" รศ.ธนพร กล่าว
นายธนพร กล่าวด้วยว่า บรรยากาศการคุยคณะทำงานชุดย่อยไม่ได้มีผลอะไร จากที่คุยกับพรรคเพื่อไทยก็เห็นตรงกันหลายเรื่อง เวทีที่ตนอยู่เป็นการแก้ไขปัญหา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเวทีเจรจา.





