"เฉลิม" คัมแบ็ค ตอกลิ่มขัดแย้ง "ปธ.สภา"-ซัดคนโง่หวังได้ปธ.สภาฯ เพื่อดันกม.

"เฉลิม" คัมแบ็ค ตอกลิ่มขัดแย้ง "ปธ.สภา"-ซัดคนโง่หวังได้ปธ.สภาฯ เพื่อดันกม.

“เฉลิม” ไม่รับ รมช.กลาโหม ตอกลิ่มปมขัดแย้ง ปธ.สภาฯ ต้องผ่านความเห็น ส.ส.ในพรรค ดับฝัน “ปธ.สภาฯ” ของพรรคใด จะดันกฎหมายได้สำเร็จ ซัดคนพูดนั้นโง่

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ว่า ตนขอขอบคุณประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทย ซึ่งน้ำใจของประชาชน เท่ากับว่าเผด็จการผ่านไป ประชาธิปไตยกลับมา ทั้งนี้การกลับมาสภาฯ อีกครั้งในรอบหลายสิบปี รู้สึกตื่นเต้น ทั้งนี้การเมืองวันนี้ตนมองว่าแปลก ที่พูดว่าหมดเวลาคนรุ่นเก่าหมดอายุ ถึงเวลาคนรุ่นใหม่ หากคนรุ่นเก่ามีความรู้ดีกว่าคนรุ่นใหม่ จะเอาคนรุ่นใหม่ไปไว้ที่ไหนต้องผสมผสาน อย่าดูแคลน ทุกคนมีจิตสำนึก รักบ้านเมืองเหมือนกัน ไม่ใช่อยู่พรรคนี้รักบ้านเมืองมากกว่ากัน  หรือพูดอะไรทัวร์ลง แบบนี้ไม่ใช่ลักษณะของการเมือง เพราะการเมืองต้องมีวิสัยทัศน์

 

 

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล  หารือต่อตำแหน่งประธานสภาฯ ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีตัวแทนของพรรคไปเจรจา ตนมองว่าตัวแทนไม่มีสิทธิตัดสินใจ เมื่อเจรจาแล้วต้องกลับมาถามพรรคเพื่อไทย ถามส.ส.หรือถามตนว่าเห็นด้วยหรือไม่ ใช่ว่าไปตกลงกัน ขอตำแหน่งเพื่อขอทำกฎหมายของตนเอง ตนมองว่า ไม่ได้ เพราะประธานสภาฯ ต้องเป็นประธานของทุกพรรค  ดังนั้นคนยืนยันว่าตัวแทนที่ไปเจรจากันต้องกลับไปที่พรรคก่อน  เรื่องมีเท่านี้ อย่าเถียงกันเลย

 

“สำหรับตำแหน่งประธานสภาฯ ที่ถามว่าผมจะโหวตอย่างไร ผมตอบว่าต้องทำตามมติพรรค  ซึ่งการตัดสินนั้นต้องใช้เสียงโหวตจากสภาฯ ตัดสิน แต่ก่อนตัดสินต้องมีการบ้านจากพรรค ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าหากตำแหน่งประธานไม่ลงตัวอาจทำให้การตั้งรัฐบาลยากขึ้น ผมองว่าไม่มีรัฐบาลไหนตั้งง่าย ยากทั้งนั้น ไม่ใช่การร้องเพลง ดีด สี ตี เป่า การตั้งรัฐบาลเพิ่งเริ่มต้น การรายงานตัว ส.ส.ยังไม่หมดจะบอกว่าเป็นรัฐบาล มีตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้ ขอให้ใจเย็น คนหนุ่มมักใจร้อน แต่คนแก่ก็คิดเป็น” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่จะมีผู้เสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ชิงประธานสภาฯ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “ไม่กล้าพูด เพราะใหม่ไป หากพูดไป จะรู้มากไป ขอให้ประชุมพรรคก่อน”

 

เมื่อถามว่ามองว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นคนรุ่นใหม่ เหมาะเป็นนายกฯ หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมม กล่าวว่า “ผมไม่เคยบอก เพราะอยู่คนละพรรค ผมจะเห็นพรรคอื่นเป็นนายกฯ ได้อย่างไรต้องเห็นคนของพรรคเพื่อไทย เล่นการเมืองต้องเล่นให้เป็น ถ้าเห็นพิธา ดีกว่า ก็ไม่ใช่เฉลิม อยู่บำรุง”

 

เมื่อถามถึงสเปคของประธานสภาฯ หากอายุน้อยจะเหมาะหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อยู่ที่ความชำนาญ ความมั่นคง ทำตัวเป็นกลาง ไม่ใช่ว่ามาจากพรรค ก.  ต้องเอาแต่พรรค ก. คนเป็นประธานสภาฯ ต้องเป็นประธานของสภาฯ เห็นให้สัมภาษณ์ว่า บางพรรคได้คะแนนนิยดี ก็ไม่เถียง แต่ เฉลิมมาแล้ว อะไรไม่ถูกต้อง ไม่มีปราณี ต้องโต้แย้ง

 

 

“ประธานสภาฯ พรรษาน้อยไม่เป็นปัญหา ถ้าเก่งเป็นได้ แต่อย่าพูดว่า ประธานสภาเป็นของพรรคของผม หรือของพรรคไหน แบบนี้ไม่รู้การเมือง เลอะเทอะ ทำให้คนสับสน เขาเป็นประธานของสภาฯ ประธานรัฐสภาเป็นของทุกพรคไม่ใช่ของผม จะเอาแต่พรรคผม การเสนอกฎหมาย คนเดียวกฎหมายก็ไม่ผ่าน ซึ่งที่พูดมานั้นโง่” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

เมื่อถามถึงแนวทางที่พรรคอันดับหนึ่งได้สิทธิเสนอชื่อประธานสภาฯ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “เขาตกลงยังไง ไม่ทราบ แต่ต้องแข่งกันในสภาฯ ไม่ใช่พรรคเสนอมาแล้ว เป็นแม่บัวลอย ไม่ใช่ ต้องแข่งกันในสภา”

 

 

เมื่อถามถึงความเห็นกรณีที่นายกฯ และประธานสภาฯ เป็นของพรรคเดียว ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น แต่เรื่องแบบนี้ของง่าย ทำให้ยาก คนไม่ค่อยรู้ชอบอวดดี ถือเด่น พูดจนคนปวดหัว ที่จริงไม่มีอะไรหาก พรรคไหนส่งคนแข่งขัน แล้วสมาชิกเลือก คนนั้นก็ได้เป็น ส่วนจะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ ตนไม่ทราบ ตนไม่ขัดแย้ง ตนไม่ใส่ใจ เพราะเป็น ส.ส.เหมือนกัน

 

ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวตอนท้ายด้วยว่าการกลับเข้าาสภาฯรอบนี้ สภาฯไม่เหงาแน่นอน แต่จะไม่กลับมาทวงตำแหน่งดาวสภาฯ แต่หากยกให้ ก็ชอบ

 

เมื่อถามถึงไม่อยากเป็นรัฐนตรีหรือ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “ ผมก็อยากเป็นรัฐมนตรี  แต่พรรคไม่ให้หรือไม่ไม่รู้ หากไม่ให้ก็เป็นไม่ได้ ส่วนที่มีโผออกมาบอกว่า จะให้ตำแหน่ง รมช.กลาโหม ผมไม่รับ”