"ไพศาล" ชี้ "ส.ส." ผ่านเลือกตั้งต้องถวายสัตย์ก่อนทำหน้าที่ ขอให้ "ส.ว." ยึด ปูด ส.ว.หารือแล้ว 75เสียง เตรียมโหวตให้ "พิธา" แต่ต้องลุ้น ตัดสินคดีหุ้นสื่อฯ ฟันธงหากไปศาลรธน. ปิดโอกาสทันที
นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกฯ กล่าวในงานเสวนา เรื่อง อนาคตประเทศไทย จุดเปลี่ยนที่ท้าทาย จัดโดย สมาคมวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ และ สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ตอนหนึ่งว่า สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลนั้นมีความพยายามที่จะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแข่งกับเสียงข้างมาก ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะสร้างวิกฤตให้ประเทศ ขณะที่ท่าทีของส.ว. ที่แสดงความชัดเจนต่อชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคก้าวไกล นั้น มีประเด็นที่ตนขอพูดคือ ส.ว.รู้หน้าไม่รู้ใจ ช่วงที่ตนทำหน้าที่และอยู่กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นผู้จัดบัญชีรายชื่อส.ว. มีคนที่มาหาตนเพื่อฝากชื่อ ซึ่งตนรับฝากเพราะเห็นว่าเป็นพรรคพวกกัน และมี 2 คนที่ได้รับตำแหน่ง
นายไพศาล กล่าวด้วยว่า หลังการรับรองผลเลือกตั้ง ก่อนที่ส.ส.จะทำหน้าที่ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศ ดังนั้นหากส.ว.ยึดมั่นในคำถวายสัตย์ปฏิญาณบ้านเมืองจะผ่านพ้น
“สัญญาณที่เกิดขึ้น ผมทราบว่าส.ว.ส่วนหนึ่งรู้ชะตากรรม มีอย่างน้อย 75 คนจะโหวตให้พรรคการเมืองที่รวบรวมเสียงข้างมากได้ เพื่อเคารพฉันทามติของประชาชน หลังที่ถูกเรียกส.ว.ไปประชุมแล้วเมื่อค่ำวันหนึ่ง โดยนายพิธามีความชอบธรรมที่จะตั้งรัฐบาล" นายไพศาล กล่าว
นายไพศาล กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นของนายพิธานั้น ต้องพิจารณาในคดีถือหุ้นสื่อ ที่หลายฝ่ายให้พิจารณาตามกฎหมาย ตนมองว่าตามกฎหมายมี2 มุม หากคดีของนายพิธา ขึ้นสู่ศาลปกครองสูงสุด เชื่อว่าจะรอด เพราะศาลได้วางบรรทัดฐานในการพิจารณาไว้แล้ว คือ ต้องดูจำนวนหุ้นที่ถือว่ามีนัยสำคัญกับการบริหารหรือไม่ และประกอบธุรกิจสื่อจริงหรือไม่ที่สำคัญ คือ ไอทีวีหยุดกิจการแล้ว ส่วนหุ้นที่ถือเท่ากับอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ดังนั้นหากไปสู่ศาลยุติธรรมนายพิธาได้เข้าไปเลือกในสภาฯแน่” นายไพศาล กล่าว
นายไพศาล กล่าวด้วยว่า หากกกต.รับรองความเป็นส.ส.ของนายพิธา เรื่องถือหุ้นสื่อจะต้องไปศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมี 9 คน และใน 5 คนชัดเจนว่าเป็นคนของใครและลงมติอย่างไร ดังนั้นนายพิธาอาจไม่มีโอกาสไปเลือกในสภาฯ ซึ่งจะทำให้พรรคเพื่อไทยมีความชอบธรรมในการจัดตั้งรรัฐบาล แบบไม่ต้องลงมติเลือกถึง2 ครั้ง และเชื่อว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยจะถูกเสนอชื่อ ดังนั้นความเป็นไปของนายพิธาจะขึ้นอยู่กับเวลาที่ กกต. วินิจฉัย ส่วนตัวเชื่อว่า กกต. จะรับรองเร็วเพื่อให้เรื่องไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ





