background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

คลิปฉาว 'ดาไลลามะ' บทเรียน 'ผู้นำสูงวัย'

คลิปฉาว 'ดาไลลามะ' บทเรียน 'ผู้นำสูงวัย'

อีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจคือ ดาไลลามะคือผู้สูงอายุในวัย 87 ปี ในโอกาสวันผู้สูงอายุ 13 เม.ย. วันครอบครัว 14 เม.ย. และวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. มุมมองนี้ควรถูกนำมาพิจารณา

เป็นข่าวดังไปทั่วโลกกรณีองค์ดาไลลามะผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวทิเบต ต้องออกมาขอโทษขอโพยหลังมีคลิปท่านขอให้เด็กชายผู้ศรัทธาคนหนึ่งดูดลิ้น กลายเป็นเสียงวิจารณ์ถึงการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก

ตามด้วยเสียงชี้แจงว่าท่านเป็นคนมีอารมณ์ขัน ชอบล้อเล่นบ่อยๆ บ้างก็ตอบโต้ว่าวัฒนธรรมการแลบลิ้นของทิเบตถือเป็นการทักทาย กรุณาอย่าตีความทุกอย่างไปด้วยมุมมองของตะวันตกอย่างเดียว

แต่ยังมีอีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจคือ ดาไลลามะคือผู้สูงอายุในวัย 87 ปี ในโอกาสวันผู้สูงอายุ 13 เม.ย. วันครอบครัว 14 เม.ย. และวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. มุมมองนี้ควรถูกนำมาพิจารณา

ฐานะ “ผู้นำทางจิตวิญญาณ” ตีความได้ว่า หากทิเบตเป็นรัฐอิสระ องค์ดะไลลามะก็คือ “ประมุขแห่งรัฐ” แม้ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นแต่การแสดงออกของท่านก็สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลก ไม่ใช่แค่ความหลงๆ ลืมๆ ของคนแก่ธรรมดาคนหนึ่ง

ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐ ผู้เพิ่งอายุครบ 80 ปีเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมาก็เคยแสดงความหลงลืมมาแล้ว ไม่กี่วันก่อนวันเกิดประธานาธิบดีไบเดนกล่าวเปิดการประชุมกับผู้นำอาเซียนในกรุงพนมเปญ ที่มีนายกรัฐมนตรีฮุนเซนของกัมพูชาเป็นประธาน “ผมขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีสำหรับความเป็นผู้นำของโคลอมเบียในฐานะประธานอาเซียน” เรียกว่าอาเซียนได้สมาชิกใหม่มาอีกหนึ่งประเทศ

นั่นไม่ใช่ครั้งแรกก่อนเดินทางไบเดนบอกกับผู้สื่อข่าวว่า กำลังจะเดินทางไป “โคลอมเบีย” ทั้งๆ ที่ต้องไป Cambodia แต่การพูดผิดของไบเดนไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับใครนอกจากความหน้าแตกของตนเอง จนอาจถูกดูแคลนว่าหลงลืมเพราะสูงวัย

ไบเดนจะลงชิงชัยประธานาธิบดีสหรัฐอีกหนึ่งสมัยในปีหน้าเช่นเดียวกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่แม้จะโดนคดีแต่ยังมีความหวังได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงเลือกตั้งอีกรอบ

กระนั้น ผลสำรวจออล-อเมริกัน อีโคโนมิก (All-America Economic) ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี เมื่อเดือน ธ.ค. 2565 ชี้ว่า ชาวอเมริกัน 70% คิดว่า ไบเดนไม่ควรลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอีก โดย 47% ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะอายุ 

ที่พูดแบบนี้ไม่ได้ดูหมิ่นว่าสูงวัยไร้ค่า ในสังคมสูงวัยอย่างในเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อัตราการเกิดน้อย ผู้ใหญ่กลางคนพากันเกษียณก่อนกำหนด ธุรกิจเศรษฐกิจเดินหน้าไปไม่ได้ถ้าไม่มีคนทำงาน จำต้องอาศัยคนวัยเส้นไหมสีเงินมาช่วยเติมเต็มช่องว่างแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

เทรนด์วัยควรเกษียณไม่ได้เกษียณ (The Great Unretirement) มีให้เห็นมากขึ้นทุกขณะ เมื่อขาดแคลนคนหนุ่มสาว คนสูงวัยเป็นทางเลือกที่ดี แต่สำหรับคนที่จะเป็นผู้นำประเทศ การเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค. แคนดิเดตนายกฯ ของทุกพรรคเผยให้เห็นกันหมดแล้ว งานใหญ่ความรับผิดชอบสูงจะเลือกคนวัยใดมารับหน้าที่เป็นสิทธิของโหวตเตอร์ทุกคน แต่บางครั้งการให้ผู้สูงวัยได้เกษียณพักผ่อนอยู่บ้าน เลี้ยงหลานไปตามวัย ปล่อยให้คนหนุ่มสาวได้ทำงานหนักบ้าง ก็น่าจะเป็นการดูแลผู้สูงอายุได้ทางหนึ่ง