วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชำแหละเป้า“รทสช.”คว้า ส.ส. “ตู่”แข่ง“ป้อม”แกนนำตั้งรัฐบาล

เมื่อนับรวมตัวเลข ส.ส. คาดหวังของ “ประยุทธ์-รทสช.” แล้วอยู่ใกล้เคียงตัวเลข 70 ที่นั่ง จึงต้องจับตาดูว่าโค้งสุดท้าย “ประยุทธ์-ประวิตร” จะงัดไม้เด็ดมาสู้กันแย่งแต้มกันอย่างไร เพราะมีเดิมพัน “ตู่” VS “ป้อม” ใครมี ส.ส. อยู่ในมือมากกว่า จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

สัญญาณจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พูดชัดเจนพรรคพปชร. กับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ภายใต้การนำของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พรรคใดได้เก้าอี้ ส.ส. มากกว่าจะเป็น “แกนนำ” จัดตั้งรัฐบาล

โพลผลเลือกตั้งในมือของ “ประวิตร” คาดการณ์ว่าพรรค พปชร. จะได้ ส.ส. 70 ที่นั่ง แบ่งเป็น ส.ส. เขต 60 ที่นั่ง และส.ส. บัญชีรายชื่อ 10 ที่นั่ง เป้าหมายหลักชนะยกจังหวัด “บ้านใหญ่” อาทิ เพชรบูรณ์ 6 ที่นั่ง กำแพงเพชร 4 ที่นั่ง พะเยา 3 ที่นั่ง สมุทรปราการ 8 ที่นั่ง สมุทรสาคร 3 ที่นั่ง และสระแก้ว 3 ที่นั่ง

เมื่อเป้าหมายของ “ประวิตร” ชัดเจนอยู่ที่ 70 ที่นั่ง แต่จะได้ตามเป้าหรือไม่ต้องวัดกันวันกาบัตรเลือกตั้ง แต่โจทย์ของ “ประยุทธ์-รทสช.” จะต้องงัดทุกวิทยายุทธกวาด ส.ส. มาให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยต้องไม่น้อยกว่า 70 ที่นั่ง เพื่อโอกาสที่จะเป็น “แกนนำ” จัดตั้งรัฐบาล

พื้นที่ยุทธศาสตร์หลักของ “รทสช.” โฟกัสไปที่พื้นที่ “ภาคใต้” เนื่องจากคะแนนนิยม “ประยุทธ์” ยังนำคู่แข่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทุกคน คาดหวังว่าจะกวาด 60 ส.ส. ใต้ เข้าพรรคให้ได้มากที่สุด เพราะพื้นที่ภาคใต้เดิมพันอนาคตทางการเมืองของ “ประยุทธ์-รทสช.”

โดยแบ่งพื้นที่เป้าหมาย จ.ชุมพร 3 ที่นั่ง (คาดหวัง 3 ที่นั่ง) ระนอง 1 ที่นั่ง (ลุ้นสู้) สุราษฎร์ธานี 7 ที่นั่ง (คาดหวัง 5-6 ที่นั่ง) นครศรีธรรมราช 10 ที่นั่ง (คาดหวัง 6-7 ที่นั่ง) สงขลา 9 ที่นั่ง (คาดหวัง 2-3 ที่นั่ง) ปัตตานี 5 ที่นั่ง (ลุ้นสู้) นราธิวาส 5 ที่นั่ง (คาดหวัง 2-3 ที่นั่ง) ยะลา 3 ที่นั่ง (ลุ้นสู้)

สำหรับโซนอันดามัน ประกอบด้วย กระบี่ 3 ที่นั่ง ภูเก็ต 3 ที่นั่ง พังงา 2 ที่นั่ง และสตูล 2 ที่นั่ง “รทสช.” คาดหวังเอาไว้ที่ 2-3 ที่นั่ง

อย่างไรก็ตามในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ “รทสช.” ต้องสู้กับพรรค ปชป. อย่างดุเดือดในหลายเขต ซึ่งเจ้าถิ่นหวังโกย ส.ส. ภาคใต้ กลับมายังพรรคสีฟ้าให้ได้มากที่สุดเช่นกัน จึงเป็นโจทย์หินของ “ประยุทธ์-รทสช.” ในการยึดพื้นที่ภาคใต้มาครอง

แต่พลพรรค “ประยุทธ์” มีความพร้อมมากกว่าการเลือกตั้งปี 2562 เนื่องจากขุมกำลังของ “รทสช.” ที่แตกแขนงมาจากพรรค ปชป. มีความแข็งแกร่งกว่าขุนพลพรรค พปชร. ในปี 2562 เมื่อผนึกกับกระแส “ประยุทธ์” ทำให้การแข่งขันในภาคใต้ลุกเป็นไฟแน่นอน

ขณะเดียวกัน “รทสช.” ยังคาดหวังว่าจะได้ ส.ส. กทม. อย่างน้อย 5 ที่นั่ง เพราะมีบางเขตตัวผู้สมัคร ส.ส. มีฐานเสียงพอสมควร อาทิ เขตดินแดง เขตบางกะปิ เขตบางซื่อ รวมกับคะแนนของ “ประยุทธ์” ในปีกอนุรักษ์นิยมที่ยังยืนหนึ่ง ทำให้พื้นที่กทม.มีลุ้นเช่นกัน

ปริมณฑล นครปฐม 6 ที่นั่ง (คาดหวัง 1-2 ที่นั่ง) สมุทรปราการ 8 ที่นั่ง (คาดหวัง 1 ที่นั่ง) สมุทรสงคราม 1 ที่นั่ง (คาดหวัง 1 ที่นั่ง)

ภาคเหนือตอนล่าง ตาก 3 ที่นั่ง (คาดหวัง 2 ที่นั่ง) พิษณุโลก 5 ที่นั่ง (คาดหวัง 2 ที่นั่ง) อุตรดิตถ์ 3 ที่นั่ง (คาดหวัง 1 ที่นั่ง) นครสวรรค์ 6 ที่นั่ง (คาดหวัง 2 ที่นั่ง) พิจิตร 3 ที่นั่ง (คาดหวัง 1-2 ที่นั่ง)

ภาคกลางตอนล่าง ราชบุรี 5 ที่นั่ง (คาดหวัง 1 ที่นั่ง) เพชรบุรี 3 ที่นั่ง (คาดหวัง 2 ที่นั่ง)

ภาคตะวันออก ชลบุรี 10 ที่นั่ง (คาดหวัง 4-5 ที่นั่ง) ฉะเชิงเทรา 4 ที่นั่ง (คาดหวัง 2 ที่นั่ง)

ขณะเดียวกัน “ประยุทธ์-รทสช.” มีลุ้นเก้าอี้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ อยู่ที่ 15-18 ที่นั่ง เนื่องจากคะแนนนิยมของ “ประยุทธ์” ทั้งโพลบนดิน-โพลใต้ดิน มีคะแนนนิยมอยู่ที่ 15-18 เปอร์เซ็นต์ โดย “แกนนำรทสช.” มุ่งหวังที่จะขยับคะแนนนิยมในตัวของ “ประยุทธ์” ให้อัพไปที่ 20-22 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเพิ่มจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ

จึงต้องจับตายุทธศาสตร์ของ “ประยุทธ์-รทสช.” ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งว่าจะสามารถกระตุ้นคะแนนนิยมได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะการโกยแต้ม “อนุรักษ์นิยม” ซึ่งต้องแข่งกันในขั้วรัฐบาลด้วยกันเอง

เมื่อนับรวมตัวเลข ส.ส. คาดหวังของ “ประยุทธ์-รทสช.” แล้วอยู่ใกล้เคียงตัวเลข 70 ที่นั่ง ตามความคาดหวังของ “ประวิตร” เช่นกัน จึงต้องจับตาดูว่าโค้งสุดท้าย “ประยุทธ์-ประวิตร” จะงัดไม้เด็ดมาสู้กันแย่งแต้มกันอย่างไร

เพราะมีเดิมพัน “ตู่” VS “ป้อม” ใครมี ส.ส. อยู่ในมือมากกว่า จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล