background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

"ชูวิทย์" ส่อโดนคดีฟอกเงิน หากเงิน "สารวัตรซัว" มีที่มาจากการกระทำผิด

"ชูวิทย์" ส่อโดนคดีฟอกเงิน หากเงิน "สารวัตรซัว" มีที่มาจากการกระทำผิด

โฆษกตำรวจสอบสวนกลาง แจงความคืบหน้าคดี "สารวัตรซัว"เอี่ยวเว็บพนัน เผย “ชูวิทย์” ส่อโดนคดีฟอกเงิน หากเงินมีที่มาจากการกระทำผิด

วันที่ 24 มีนาคม 2566 ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)  พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (โฆษก บช.ก.)  กล่าวถึง ความคืบหน้า การตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกิจของเครือข่าย พ.ต.ท.วสวัตติ์ มุครสกุล หรือ “สารวัตรซัว” อดีต สว.ฝ่ายโยธาธิการ 2 กองโยธาธิการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง ที่มีส่วนพัวพันกับเว็บไซต์รับพนันว่า...

หลังเปิดปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมเครือข่ายดังกล่าวครั้งแรก เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ไปแล้วนั้น ทางตำรวจสอบสวนกลางเองก็ยังคงเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการประชุมสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้าเป็นระยะ ซึ่งเมื่อวาน ตำรวจกองปราบฯ ได้เปิดปฏิบัติการเป็นครั้งที่ 2 กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 9 จุด ในพื้นที่ กทม.และ จันทบุรี ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง โน้ตบุ๊ค 4 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 7 เล่ม คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง หน้าจอคอมพิวเตอร์ จำนวน 2 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่องฮาร์ดดิสก์พกพา 1 อัน ซิมทรูโทรศัพท์ บัตรเอทีเอ็ม 2 ใบ และ เซิฟเวอร์ กล้องวงจรปิด 1 เครื่อง พร้อมเชิญตัวบุคคลที่คาดว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องมาทำการสักถาม

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า จากเดิมที่เคยให้สัมภาษณ์ว่า มีบุคคลที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องประมาณกว่า 150 คน 60 องค์กร หลังจากตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียดจนเริ่มมีความแน่ชัดมากขึ้น ทำให้ขณะนี้สามารถจำกัดวงแคบขึ้นมาได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีบุคคลเกี่ยวข้องประมาณ 20-30 คน โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ที่ถือหุ้นอยู่ในกลุ่มบริษัทดังกล่าว ลักษณะถือหุ้นไขว้ และกลุ่มบุคคลที่มีรายได้ไม่มากแต่กลับมีการถือครองทรัพย์สิน รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ มากผิดปกติ ซึ่งกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

"ชูวิทย์" ส่อโดนคดีฟอกเงิน หากเงิน "สารวัตรซัว" มีที่มาจากการกระทำผิด

ส่วนกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมายอมรับว่า รับเงินจาก “สารวัตรซัว” เพื่อให้เลิกหยุดแฉนั้น ทางกองบัญชาการสอบสวนกลาง จะต้องพิจารณาก่อนว่า พนักงานสอบสวนมีอำนาจให้การตรวจสอบหรือไม่ และเงินที่นายชูวิทย์ได้มาเป็นเงินจากอะไร หากเป็นเงินจากการกระทำความผิด อาจสุ่มเสี่ยงที่จะต้องถูกดำเนินคดีในฐานความผิดร่วมกันฟอกเงิน

โฆษก ตำรวจสอบสวนกลาง ระบุอีกว่า ส่วนกรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ออกมาแฉว่า มีตำรวจ 2 นายพลเข้าไปติดต่อ “นายชูวิทย์” เลิกแฉคดีสารวัตรซัวนั้น จะต้องรอให้ทางนายษิทรานำหลักฐานเข้ามามอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อตรวจสอบว่า มีนายตำรวจกระทำตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ ส่วนเรื่องที่มีการโอนสกุลเงินดิจิทัล มูลค่า 50 ล้านบาทให้กับบุตรของนายชูวิทย์ ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบเช่นกันว่า มาจากบุคคลใด และเป็นเงินที่มาจากการกระทำผิดกฏหมายหรือไม่