“รัฐบาล” แนะ ผู้ถูกตัดแต้มใบขับขี่ เข้าอบรมแลกคะแนนคืน

“รัฐบาล” แนะ ผู้ถูกตัดแต้มใบขับขี่ เข้าอบรมแลกคะแนนคืน

“รองโฆษกรัฐบาล” เผย ทางการเอาจริง ตัดแต้มใบขับขี่คนทำผิดจราจร แนะ หากใครถูกตัดเหลือน้อยกว่า 6 คะแนน ให้เข้าอบรม แลกคะแนนคืน เปิดปีละ 2 ครั้ง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งสร้างวินัยจราจร เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการข้อมูลการทำผิดกฎหมายจราจร ซึ่งหากทำผิดจะถูกตัดคะแนนขับขี่ตามที่กฎหมายกำหนด จากคะแนนที่แต่ละคนมี 12 คะแนน 

  • กรณีเมาแล้วขับหรือแข่งรถในทาง ถูกตัด 4 คะแนน  
  • ขับรถย้อนศรหรือฝ่าไฟแดง ถูกตัด 2 คะแนน 

เมื่อถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หรือห้ามขับรถทุกประเภทเป็นเวลา 90 วัน โดยมีหนังสือแจ้งคำสั่ง หากฝ่าฝืนขับรถในขณะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบคะแนนใบขับขี่ได้ที่เว็บไซต์ e-Ticket PTM และแอปพลิเคชั่น “ขับดี” 

ส่วนคะแนนใบขับขี่ที่ถูกตัด หากเหลือน้อยกว่า 6 คะแนน ผู้ขับขี่สามารถขอคะแนนคืนได้ด้วยการอบรม ซึ่งเปิดให้อบรมปีละ 2 ครั้งเท่านั้น ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.จองคิว เลือกวัน เวลา สถานที่ผ่านออนไลน์ที่ เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น DLT Smart Queue 

2.เข้ารับการอบรม โดยมีหลักสูตรการอบรมและค่าใช้จ่าย ดังนี้  

 

 

อบรมครั้งที่ 1 มีหลักสูตร คือ 

  • 1)คืนไม่เกิน 12 คะแนน อบรม 4 ชั่วโมง 300 บาท 
  • 2)คืนไม่เกิน9 คะแนน อบรม 3 ชั่วโมง 250 บาท 
  • 3)คืนไม่เกิน 6 คะแนน อบรม 2 ชั่วโมง 200 บาท

อบรมครั้งที่ 2 มีหลักสูตร คือ 

  • 1)คืนกลับมาเป็น 6 คะแนน อบรม 3 ชั่วโมง 250 บาท 
  • 2)คืนกลับมาเป็น 12 คะแนน อบรม 4 ชั่วโมง 300 บาท (กรณีถูกสั่งพักใช้ใบขับขี่ เหลือ 0 คะแนน )

 

3.เข้ารับการทดสอบ โดยต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าผ่านการอบรมและทดสอบ หากทดสอบไม่ผ่าน สามารถสอบเป็นครั้งที่ 2 ได้ ในวันเดียวกัน และหากยังสอบไม่ผ่านอีก เจ้าหน้าที่จะออกใบนัดให้มาทดสอบ ครั้งที่ 3 ภายใน 7 วัน นับจากวันที่สอบครั้งแรกไม่ผ่าน

 

“เมื่อผ่านการทดสอบแล้วกรมการขนส่งทางบกจะแจ้งผลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติคืนคะแนนให้ต่อไปสอบถามเพิ่มเติมที่ สายด่วนกรมการขนส่งทางบกโทร.1584” นางสาวรัชดา กล่าว