วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

"ณัฐชา" ถาม "อนุพงษ์" เอี่ยวทุจริตโครงการทำถนนพาราซอยล์หรือไม่

"ณัฐชา" ถาม "อนุพงษ์" เอี่ยวทุจริตโครงการทำถนนพาราซอยล์หรือไม่

"ณัฐชา” แฉทุจริตถนนพาราซอยล์ ใบเสร็จชัด เอี่ยว “อสถ” ปี 62 ถาม “อนุพงษ์”กระทรวงมหาดไทยลงโทษกันยังไง ให้คนทุจริตได้เลื่อนตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวง

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่มีการลงมติ กรณีทุจริต “โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร” หรือ ถนนพาราซอยล์ ของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เมื่อปี 2562 ว่านโยบายนี้มีมาตั้งแต่ปี 2560 สมัยรัฐบาล คสช. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ จัดทำโครงการเพื่อทำถนนผสมยางพารา มีจุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหายางพาราตกต่ำ โดยตั้งเป้าให้ อปท. ทำถนนให้ได้ 75,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการทำโครงการ คือราคายางไม่ได้ดีขึ้น สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือยอดเงินในกระเป๋าของข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย

 

นายณัฐชา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีความไม่ชอบมาพากล ในช่วงแรก มีบริษัทอยู่แค่ 3 เจ้าเท่านั้น ที่ได้รับการรับรองจาก กยท. ว่าสามารถใช้ผสมทำถนนได้ ต่อมาทั้ง 3 เจ้า ถูกแฉว่าอาจเป็นเจ้าของเดียวกันทั้งหมด แค่แยกร่างออกมาให้ดูเหมือนมีการแข่งขันกัน แต่เรื่องนี้นอกจากการผูกขาด ยังมีเหตุการณ์เชื่อมโยงกับข้าราชการระดับสูง เกี่ยวข้องกับงบประมาณราว 1,000 ล้านบาทในช่วงระหว่างมีโครงการ

นายณัฐชา กล่าวว่าโดยตัวละครสำคัญในเรื่องนี้มี 3 คน คนแรกคือ “พ” เป็นรองปลัดเทศบาลในจังหวัดอำนาจเจริญ คนที่สองคือ “ช” สามีของ “พ” เป็นกรรมการบริษัทค้าสารน้ำยาง คนที่สามคือ “ป” เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่เป็นเพื่อนสนิทของ 2 คนแรกอีกที โดยทั้ง 3 คนมีการพูดคุยกันว่าการทำโครงการนี้ มีค่าน้ำร้อนน้ำชา 15% ของมูลค่าโครงการ แบ่งเป็น 5% เป็นค่าดำเนินงาน อีก 10% ส่งให้ “นาย”

 

นายณัฐชาอภิปรายพร้อมแสดงหลักฐานเป็นแชทไลน์ระหว่าง “พ” กับบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “อสถ.” ระบุว่ากรณีโครงการเกิน 10 ล้านบาท เป็นอำนาจอนุมัติของสำนักงบประมาณ แต่หากไม่เกิน 10 ล้านบาทเป็นอำนาจของ “อสถ.” ต่อมาปรากฏว่ามีการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ พบว่าผู้รับเหมา “ป” ได้รับโครงการใน 7 จังหวัดทางภาคอีสาน รวม 55 โครงการ เป็นเงิน 394 ล้านบาท ทุกโครงการมีมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท เป็นอำนาจอนุมัติโดย “อสถ” ทั้งหมด

 

นายณัฐชา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการเอื้อประโยชน์กันระหว่างผู้รับเหมากับข้าราชการประจำและข้าราชการระดับสูง สั่งกันมาเป็นทอดๆ ฮั้วและแบ่งเงินกัน สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ และมีการตรวจสอบกันเองแล้วภายในกระทรวงมหาดไทย ผลออกมาเป็น หนังสือกระทรวงมหาดไทย ลงนามโดยรองปลัดกระทรวงฯ ขณะนั้น ระบุว่า “พ” ผิดวินัยร้ายแรง ส่วน “อสถ” ในขณะนั้นกลับไม่ผิด โดยต่อมา “พ” ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นปลัดเทศบาลเมืองที่จังหวัดสมุทรปราการ ส่วน “อสถ” ปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย

นายณัฐชา กล่าวโดยตั้งคำถามต่อพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยว่า รู้เห็นเป็นใจกับการทุจริตดังกล่าวหรือไหม รวมถึงทราบข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมดหรือไม่ และกระบวนการลงโทษทางวินัยของกระทรวงมหาดไทย มีแต่การเลื่อนตำแหน่งใช่หรือไม่ โดยยอมให้คนมีประวัติด่างพร้อย มีมลทินมัวหมองได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น.