พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แจงคืบหน้าคดี ตม.เอี่ยวทุนจีนเทา เตรียมเชิญ 110 ราย รับทราบข้อหา สัปดาห์นี้ ก่อนยื่น ป.ป.ช. ระบุ ข้อร้องเรียนจากผู้ถูกกล่าว ชี้ ทุกฝ่ายสามารถใช้สิทธิป้องกันตัวเอง ยินดีให้ตรวจสอบ
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการคดีกับตำรวจในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) ว่า วันนี้ มีการประชุมสรุปผลการสืบสวนสอบสวนแล้ว ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา จะดำเนินการเรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 100 กว่านายแล้วจะสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช.
สำหรับกรณีตำรวจ ตม.ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึง ผบ.ตร. ว่าเป็นการสอบสวนโดยไม่ชอบนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กรณีนี้ตนได้กราบเรียน ผบ.ตร.เองว่า ให้ ผบ.ตร.สั่งตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะการทำงานในทุกวันนี้ ยิ่งมีการตรวจสอบยิ่งดี
ทุกวันนี้การทำงานต้องคิดแบบใหม่ ทุกภาคส่วนต้องสามารถตรวจสอบกันได้ การที่ตรวจสอบการทำงานของตนก็จะได้เป็นการตรวจสอบว่าเป็นการทำงานที่ถูกต้องหรือไม่ การใช้สิทธิร้องเรียนต่างๆ ตนเข้าใจ ทุกคนสามารถใช้สิทธิในการป้องกันตัวได้เราไม่ว่ากัน แต่ต้องยึดผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก
หากผลการตรวจสอบพบว่า ตัวเองดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีนี้โดยชอบ ก็จะถือเป็นเครื่องยืนยันว่าตัวเองทำงานโดยสุจริต แต่หากผลสอบสวนพบว่า ตัวเองสืบสวนสอบสวนโดยไม่มีอำนาจหน้าที่หรือกระทำไปโดยไม่ชอบ ก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งยินดีที่จะรับผิดชอบ รวมถึงไม่มีแนวคิดที่จะดำเนินคดีเป็นคู่ความกับผู้ร้องเรียนเพราะมองว่า การทำงานเป็นเรื่องที่สามารถร้องเรียนถูกตรวจสอบได้
หากผลการตรวจสอบการทำงานของตัวเองพร้อมคณะ ปรากฏว่าเป็นการทำงานโดยไม่ชอบ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็จะกระทบต่อคดีที่ดำเนินคดีกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกว่า 100 นาย ซึ่งจะถือว่าคดีเป็นโมฆะไปโดยปริยาย ซึ่งในทางปฏิบัติถือว่า คดีความเกิดความเสียหาย และเป็นความรับผิดชอบของตัวเองซึ่งยินดีจะรับผิดชอบทุกทาง
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า คดีนี้มีคำสั่งที่ ผบ.ตร.มอบหมายให้ตนเข้ามาดำเนินการ ดังนั้น เราจึงมีอำนาจสอบสวน ซึ่งในการทำงานเราต้องยึดหลักของกฎหมายเป็นหลัก ยึดหลักอำนาจ ต้องมีฐานของอำนาจก่อน ถ้าไม่มีฐานเราจะไปสอบเขาไม่ได้ รอง ผบ.ตร.ทุกคนไม่มีอำนาจในการสอบสวน ถ้า ผบ.ตร.ไม่มอบ เพราะผบ.ตร.เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนทั่วราชอาณาจักร ตนจึงมีฐานอำนาจ ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะไปสอบใครก็ได้
ดังนั้นเรื่องนี้ตรวจสอบตนได้เลย ตนยอมรับต่อการตรวจสอบยิ่งตรวจสอบเยอะยิ่งดี สังคมจะได้มั่นใจ จะได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เราตรวจสอบเข้าได้เขาก็ต้องตรวจสอบเราได้เหมือนกัน





