วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"อรรถวิชช์" ค้าน "กกต." หั่นเขตจตุจักร ชี้ขัดพ.ร.ป.เลือกตั้ง

อรรถวิชช์ ยื่น กกต. ค้านรูปแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่เพิ่มเติมใหม่ ชี้ขัดกับ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ซัด แบ่ง จตุจักร เป็น3เขตเลือกตั้ง ไม่ชอบด้วยเจตนารมณ์กฎหมาย

         นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อคัดค้านการประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง กทม. เพิ่มเติม แบบที่ 6 , 7 และ 8  พร้อมให้เหตุผลว่า  กกต. ประกาศ เรื่องการแบ่งเขตส.ส. พ.ศ.2566 ที่ประกาศราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ 31 ม.ค.65 ที่ผ่านมา กำหนดให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจัดทำรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งภายใน 3 วัน ครบกำหนดไปแล้วเมื่อวันที่ 3  ก.พ.ที่ผ่านมา โดย กทม.แบ่งเขตไว้แล้ว 5 รูปแบบ และอยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นพรรคการเมืองและประชาชนเป็นเวลา 10 วัน หรือภายในวันที่ 13 ก.พ.นี้ แต่ต่อมากลับมีการใช้หนังสือภายในให้มีการแบ่งเขตเพิ่มเติมอีกเมื่อ 9 ก.พ.66 ทั้งที่เลยระยะเวลาเสนอรูปการแบ่งเขตแล้ว จึงเป็นการกระทำที่พ้นกำหนดเวลาเสนอรูปแบบเพิ่มเติม และคำสั่งที่ใช้แบ่งเขตก็เป็นเพียงหนังสือสั่งการภายในที่ไม่ได้มีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป  ซึ่งเป็นกระบวนการผิดไปจากการประกาศรูปแบบที่ 1-5 อย่างมาก

        นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า การแบ่งเขตที่เพิ่มเติมเข้ามา ถือว่าขัดกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ที่กำหนดให้คำนึงถึง การเคยอยู่เขตเลือกตั้งเดียวกัน, ลักษณะที่เป็นชุมชนเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน  แต่การแบ่งเขตที่เพิ่มเข้ามา ไม่ได้เป็นไปตามหลักการดังกล่าว  เช่น รูปแบบที่ 6 และ 7 ในเขตเลือกตั้งที่ 6 ประกอบด้วย เขตพญาไท (ยกเว้นแขวงสามเสนใน) , เขตจตุจักร (เฉพาะแขวงจตุจักรและแขวงจอมพล) , เขตดินแดง (ยกเว้นแขวงดินแดง) , เขตห้วยขวาง (เฉพาะแขวงห้วยขวาง) และรูปแบบที่ 8 ในเขตเลือกตั้งที่ 11 ประกอบด้วย เขตจตุจักร (เฉพาะแขวงเสนานิคม) , เขตบางเขน (ยกเว้นแขวงท่าแร้ง) , เขตลาดพร้าว (เฉพาะแขวงจรเข้บัว) , เขตหลักสี่ (ยกเว้นแขวงทุ่งสองห้อง) ซึ่งเป็นการ “เลือกรวมบางแขวงจาก 4 เขตการปกครองที่ไม่เคยอยู่เขตเลือกตั้งเดียวกัน” ทั้งที่ระบบเลือกตั้งที่มี ส.ส. 1 คนต่อ 1 เขตเลือกตั้ง ควรจะใช้การแบ่งเขตเลือกตั้งเมื่อปี 2554 และ 2557 เป็นเกณฑ์

"อรรถวิชช์" ค้าน "กกต." หั่นเขตจตุจักร ชี้ขัดพ.ร.ป.เลือกตั้ง

รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ยังยกตัวอย่างกรณีเขตจตุจักร มีจำนวนราษฎรในเขตเลือกตั้ง 153,792 คน ใกล้เคียงกับจำนวนเฉลี่ยราษฎร 166,513.0909 คน ต่อ ส.ส. 1 คน ส่วนต่างเพียงร้อยละ -7.64 สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดให้ผลต่างของจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของจำนวนเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน อีกทั้งยังสอดคล้องกับหลักการเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ตามมาตรา 27 (1) และลักษณะที่เป็นชุมชนเดียวกัน ตามมาตรา 27 (2) แห่ง  พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 แต่กลับมีการประกาศแบ่งเขตรูปแบบที่ 6 , 7 และ 8 แยกเขตจตุจักรกระจายออกเป็น 3 เขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการแบ่งเขตที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายและมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง อย่างชัดเจน 

 

"อรรถวิชช์" ค้าน "กกต." หั่นเขตจตุจักร ชี้ขัดพ.ร.ป.เลือกตั้ง

"หากมีรูปแบบใดในรูปแบบที่ 6 , 7 และ 8 ได้รับเลือกเป็นเขตเลือกตั้ง จะผิดกฎหมาย และทำให้ข้อสรุปเขตเลือกตั้ง กทม. ถูกยืดเวลาออกไป เมื่อยังไม่มีเขตเลือกตั้ง พรรคการเมืองก็ทำไพรมารี่คัดผู้สมัครไม่ได้ ปฏิทินเลือกตั้งมันจะรวน จึงขอให้ กกต. ใช้อำนาจเข้าไปตรวจสอบและยกเลิกการแบ่งเขตที่เพิ่มเติมเข้ามา" นายอรรถวิชช์กล่าว