พลิกข้อมูล หจก.คอนเทมโพรารีฯ “ปฐมพล จันทร์โอชา” หลาน “ประยุทธ์” ก่อนถูก “ชูวิทย์” พาดพิงอ้างขายรถทัวร์หลายร้อยคันให้ บ.เอ็มแอนด์เอ็มฯ เครือข่าย “ตู้ห่าว” เช่าซื้อ
ชื่อของ หจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น กลับมาอยู่ในสปอร์ตไลท์ทางสังคมอีกครั้ง
พลันที่ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” อดีตนักการเมือง จัดแถลงข่าวเปิดโปงข้อมูลใหม่กรณีกล่าวหา “ตู้ห่าว” ผู้ต้องหาหลายคดี พัวพันธุรกิจ “ทุนจีนสีเทา” เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา
โดยมีการอ้างถึงหลักฐานตอนหนึ่งว่า รถทัวร์ของบริษัท เอ็ม แอนด์ เอ็ม ทรานสปอร์ต เซอร์วิส จำกัด ซึ่งมีนายสิทธิไพบูลย์ คำนิล หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาคดีฟอกเงิน พัวพันกับกรณี “ตู้ห่าว” เป็นกรรมการนั้น ได้ “เช่าซื้อ” มาจาก หจก.คอนเทมโพรารีฯ
จนถึง ณ ขณะนี้ (6 ม.ค. 2566) หจก.คอนเทมโพรารีฯ ยังมิได้มีการชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงแก่สาธารณะ หรือสื่อมวลชนแต่อย่างใด รวมถึงไม่ได้ถูกตำรวจตั้งข้อกล่าวหาหรือเรียกตัวมาสอบสวน ดังนั้นจึงยังถือว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับกรณี "ตู้ห่าว"
อย่างไรก็ดีหลายคนอาจทราบกันแล้วว่า หจก.คอนเทมโพรารีฯ มีนายปฐมพล จันทร์โอชา เป็นหุ้นส่วน และหุ้นส่วนผู้จัดการ โดยนายปฐมพล คือบุตรชายคนโตของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชาย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม
ร้อนถึงสื่อไปถามประเด็นนี้กับ “บิ๊กตู่” ทำเอาเจ้าตัวออกอาการหงุดหงิด ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์พร้อมกับเดินออกจากวงสื่อทันที
สำหรับเครือข่ายธุรกิจของ “ลูกชาย” พล.อ.ปรีชา 2 คนคือ นายปฐมพล และนายปฏิพัทธิ์ จันทร์โอชา มีรวมกันอย่างน้อย 4 แห่ง ได้แก่
- หจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (นายปฐมพล ถือหุ้น 33.3333%)
- บริษัท พีทีที พาวเวอร์ กรุ๊ปคอน จำกัด ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (นายปฐมพล ถือหุ้น 33.3333%)
- บริษัท บีวิช คาร์ เร้นทอล จำกัด ทำธุรกิจการให้เช่าและให้เช่าแบบลิสซิ่งยานยนต์ชนิดรถบรรทุกและยานยนต์หนักอื่น ๆ (นายปฐมพล ถือหุ้น 16.6667%)
- บริษัท พี-ไรท์แอนด์บริส จำกัด ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (นายปฏิพัทธิ์ เป็นกรรมการ และถือหุ้นใหญ่สุด 90%)
หากนับเฉพาะกรณี หจก.คอนเทมโพรารีฯ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2555 ทุนปัจจุบัน 3 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 160/19 หมู่ที่ 5 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก วัตถุประสงค์ที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด รับเหมาก่อสร้าง
- นายปฐมพล จันทร์โอชา ลงหุ้นด้วยเงินสด 1 ล้านบาท
- น.ส.พัชรินทร์ ธีรวงศ์ภาสกร ลงหุ้นด้วยเงินสด 1 ล้านบาท
- นางวัลละภา จันทร์โอชา ลงหุ้นด้วยเงินสด 1 ล้านบาท
- นายปฐมพล และ น.ส.พัชรินทร์ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ
นำส่งงบการเงินปี 2564 ระบุว่า
- มีสินทรัพย์รวม 89,314,598 บาท ฃ
- เป็นลูกหนี้การค้าสุทธิ 2,799,743 บาท
- สินค้าคงเหลือ 7,512,146 บาท
- สินทรัพย์หมุนเวียน 20,891,701 บาท
- ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 60,396,552 บาท
- สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 68,422,896 บาท
- มีหนี้สินรวม 82,220,406 บาท
- มีรายได้รวม 107,834,496 บาท
- มีรายจ่ายรวม 101,862,260 บาท
- ดอกเบี้ยจ่าย 523,949 บาท
- เสียภาษีเงินได้ 1,092,452 บาท
- กำไรสุทธิ 4,355,834 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับตั้งแต่ปี 2558 จนถึงวันที่ 11 ก.พ. 2565 มีธุรกิจของนายปฐมพล และนายปฏิพัทธิ์ จันทร์โอชา อย่างน้อย 3 แห่งที่เป็นคู่สัญญารัฐ ได้แก่ หจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น บริษัท บีวิช คาร์ เร้นทอล จำกัด และบริษัท พี-ไรท์ แอนด์ บริส จำกัด รวมวงเงิน (นับรวมที่เป็นคู่สัญญาเอง และเป็นกิจการร่วมค้า) ไม่น้อยกว่า 1,167.05 ล้านบาท
นับตั้งแต่ปี 2561 หจก.คอนเทมโพรารีฯ อยู่ระหว่างถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าบริษัทดังกล่าวจดทะเบียนจัดตั้งในค่ายทหารสมเด็จพระเอกาทศรถ (กองทัพภาคที่ 3) แต่กลับได้ร่วมประมูลและชนะงานโครงการของรัฐ โดยเฉพาะของกองทัพภาคที่ 3 หลายโครงการ รวมวงเงินหลายร้อยล้านบาท
ขณะเดียวกันองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ได้ยก 5 กรณีหลักที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเสี่ยงในการทุจริตคอร์รัปชันประจำปี 2564 โดยกรณีของ หจก.คอนเทมโพรารีฯ เป็นหนึ่งในตัวอย่างดังกล่าวด้วย





