ผบ.ทร.แจงเครื่องเรือหลวงสุโขทัยไม่ใช่ของจีน เหตุล่มต้องมีคนรับผิดชอบ

ผบ.ทร.ยันเครื่องยนต์ “เรือหลวงสุโขทัย” ไม่ใช่ตัวเดียวกับของ “เรือดำน้ำ” ที่จีนเสนอให้ แต่เป็นเครื่อง MTU เหมือนกัน ย้ำไม่กำหนดเวลาในการสอบ ขอให้ได้ข้อมูลชัดเจนเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชา ชี้เรืออับปางครั้งนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบค่าเสียหาย เหตุเป็นทรัพย์สินราชการ
เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2566 พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เปิดเผยว่า กองทัพเรือยังไม่หยุดการค้นหากำลังพล และไม่ลดกำลังพล โดยได้มีการส่งชุดปฏิบัติการพิเศษเรือยาง ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เข้าค้นหาในพื้นที่ ประกอบกับ ค้นหาบริเวณเกาะแก่งต่างๆ และพื้นที่ที่คาดว่าจะพบร่างของกำลังพล ทั้งในจังหวัดชุมพร และประจวบคีรีขันธ์
พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ส่วนการสอบสวนถึงสาเหตุได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะตรวจสอบขั้นตอนของการปฏิบัติว่ามีขั้นตอนอย่างไร ต้องมีการสอบสวนกับกำลังพลที่รอดชีวิต และบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็น เรือขนส่งสินค้า เรือบรรทุกน้ำมัน ที่เข้ามาช่วยเหลือ ว่าเข้ามาช่วยอย่างไร และใช้เวลาเท่าใด ซึ่งตนเองไม่ได้เร่งรัด หรือกำหนดระยะเวลาในการสอบสวน เพราะจะต้องดูถึงแนวทางและปริมาณของงาน เพื่อจะสามารถนำไปชี้แจงให้กับประชาชนได้รับทราบต่อไป นอกจากนี้ยังได้รายงานถึงความคืบหน้าของการสอบสวนให้กับนายกรัฐมนตรีได้รับทราบเป็นระยะๆ
พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวอีกว่า ขณะที่การสอบสวนก็จะต้องมีผู้รับผิดต่อผลที่กระทำ โดยมีเจ้ากรมจเรทหารเรือ เป็นผู้รักษาระเบียบของกองทัพเรือและกำหนดแนวทางการแก้ปัญหา หรือบทเรียนที่จะต้องแก้ไข เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ เนื่องจากมีระเบียบข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดในกรณีที่ทรัพย์สินทางราชการเสียหาย หรือสรรพาวุธได้รับความเสียหาย ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางละเมิด ซึ่งจะรายงานให้กับกองบัญชาการกองทัพไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตลอดจนกระทรวงการคลัง ว่ามีทรัพย์สินทางราชการสูญเสีย นอกจากนี้ เบื้องต้นภายในเรือหลวงสุโขทัย มีสรรพาวุธบางส่วนที่จมอยู่กับเรือ ไม่ว่าจะเป็น ลูกปืนและวัตถุระเบิด ก็ต้องประเมินมูลค่าทรัพย์สินว่าเป็นจำนวนเท่าใด พร้อมยืนยันว่าจะต้องมีผู้รับผิดทางละเมิดและชดใช้ค่าเสียหาย โดยผลสอบของคณะกรรมการชุดนี้จะส่งคณะกรรมการสอบสวน 2ชุดแรก
ส่วนการกู้เรือหลวงสุโขทัย ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้มีการประชุมพร้อมกับสำรวจใต้น้ำในบริเวณที่เรือจม ประกอบกับ มีการวางแผนในการกู้เรือขึ้นมา ทั้งนี้ต้องดูวิธี เทคนิคที่สามารถดำเนินการได้ รวมถึงงบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆด้วย ซึ่งขณะนี้มีบริษัทเอกชน ที่ชำนาญการในเรื่องการกู้เรือ ได้เข้ามานำเสนอวิธีปฏิบัติ ซึ่งกองทัพเรือ อยู่ระหว่างการพิจารณา
ส่วนกระเสข่าวการซ่อมทำเรือเกิดปัญหาก่อนนำมาใช้งาน นั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการของการสอบสวนยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ ส่วนกรณีที่ นาย ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า มีการใช้เครื่องยนต์เดียวกันกับเรือดำน้ำไทยที่จีนเสนอให้นั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่เครื่องเดียวกับจีน เพียงแต่เป็นเครื่องที่มีตราอักษร MTU เหมือนกัน อาจเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด พร้อมยอมรับว่าเครื่องยนต์ของกองทัพเรือ 80% ใช้เครื่อง MTU ซึ่งมีหลายรุ่นและหลายเวอร์ชั่น จึงอาจจะทำให้เกิดการเข้าใจผิดได้
พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวด้วยว่า ในการนำเสนอข้อมูลที่ใช้คำว่าเขาว่า หรือปากต่อปาก ไม่ใช่สิ่งที่ทางราชการจะสามารถนำเสนอได้ ตามอำเภอใจ เพราะผลสอบสวนจะต้องพิจารณาจากพยานที่เกิดเหตุ พยานวัตถุ มาประกอบการนำเสนอ เพราะถ้าถามใครตอนนี้ ก็พูดกันปากต่อปาก ขณะเดียวกัน ตนเองก็ยังไม่ได้พูดคุยกับ ผู้บังคับการเรือหลวงสุโขทัยในเรื่องนี้







