background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

"รัฐบาล" ย้ำ เก็บภาษีหุ้น ทำรอบคอบ ครอบคลุมนักลงทุนรายใหญ่

"รัฐบาล" ย้ำ เก็บภาษีหุ้น ทำรอบคอบ ครอบคลุมนักลงทุนรายใหญ่

โฆษกรัฐบาล เผย คลัง หารือจัดเก็บภาษีหุ้นร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ และสภาตลาดทุนไทย อย่างรอบคอบ ยันไม่ยกเว้นนักลงทุนรายใหญ่ อีกทั้งไทยเก็บภาษีขายหุ้นต่ำกว่าหลายประเทศในเอเชีย

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะและกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งเป็นการยกเลิกการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ โดยกำหนดให้จัดเก็บในอัตราครึ่งหนึ่งของอัตราตามประมวลรัษฎากร โดยการจัดเก็บภาษีขายหุ้นนั้น ปีแรกจะจัดเก็บในอัตรา 0.055% รวมภาษีท้องถิ่นแล้ว ส่วนปีถัดไปจัดเก็บในอัตรา 0.11% รวมภาษีท้องถิ่นแล้ว

และเมื่อนำมารวมกับค่าธรรมเนียมการขายหุ้นในปัจจุบัน ผู้ขายหุ้นจะเสียภาษีขายรวมค่าธรรมเนียม ปีแรกในอัตรา 0.195% ส่วนปีถัดไปในอัตรา 0.22% ถือว่าใกล้เคียงกับภูมิภาคเอเชีย และต่ำกว่าตลาดหุ้นหลัก เช่น ฮ่องกงจัดเก็บในอัตรา 0.38% มาเลเซีย 0.29% และ สิงคโปร์ 0.20% ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศไทย

โดยหลาย ๆ ประเทศ จัดเก็บอัตราเดียวกันหมด ยกเว้นสหรัฐอเมริกา ที่จัดเก็บภาษีหุ้นจากกำไรการขายหุ้น (Capital Gains) ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ได้มีการหารือเรื่องการจัดเก็บภาษีขายหุ้นร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ และสภาตลาดทุนไทย มานานกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งวันนี้ก็ได้มีการผ่อนคลายโดยการยกเว้นเรื่องกองทุนต่าง ๆ ให้ รวมถึงการลดอัตราภาษีให้ในระยะแรก

นายอนุชาฯ กล่าวว่า “การจัดเก็บภาษีขายหุ้นนั้น ไม่ได้จัดเก็บทันที ยังมีเวลาให้ตลาดหุ้นปรับตัวเนื่องจากกฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาครบ 3 เดือน หรือ 90 วัน จึงจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้น ผู้ขายหุ้นยังมีเวลาปรับตัวและทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีขายหุ้น โดยกระทรวงการคลังยืนยันว่าไม่ได้นำแนวทางการจัดเก็บภาษีจากกำไรขายหุ้นมาใช้ เนื่องจากมีความซับซ้อน และหลาย ๆ ประเทศก็ไม่ได้นำมาใช้ โดยมีข้อยกเว้นการจัดเก็บภาษีขายหุ้น เช่น กองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนการออมแห่งชาติ  ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การยกเว้นภาษีสำหรับการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ได้ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 30-40 ปีแล้ว และปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) เพิ่มขึ้นถึง 22 เท่าจาก 30 ปีก่อน จึงเห็นควรยกเลิกการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์”

นอกจากนี้ ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวการเก็บภาษีหุ้น ว่าจะมีการยกเว้นภาษีให้นักลงทุนรายใหญ่นั้น เป็นการนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อน ทั้งนี้ การเก็บภาษีขายหุ้น มิได้ยกเว้นภาษีให้แก่นักลงทุนรายใหญ่ แต่ยกเว้นภาษีให้แก่ผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) กับกองทุนบำนาญ ซึ่ง Market Maker คือ บริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ที่ขึ้นทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสภาพคล่องในตลาดให้มีความต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาและซื้อขายผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และ Market Maker และเพื่อไม่ให้กระทบการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงกำหนดให้มีการยกเว้นให้ Market Maker เช่นเดียวกับต่างประเทศ อาทิ อังกฤษ ฮ่องกง ฝรั่งเศส อิตาลี ทั้งนี้ สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ ไม่ว่าบุคคลธรรมดา นักลงทุนสถาบันที่ไม่ใช่กองทุนบำนาญ หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่ซื้อขายในบัญชีบริษัทหลักทรัพย์เองตามคำสั่งของผู้ถือหุ้น (ไม่ใช่บัญชี Market Maker) ไม่ได้รับยกเว้นภาษีแต่อย่างใด