“เนวิน” จัดทัพ ตอกเสาเข็มภาคเหนือ

ภาคเหนือ เป็นจุดอ่อนของพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่ต่างจากโซนอีสานตอนเหนือ เนื่องจากข้อหา “ทรยศนายใหญ่” ไม่อาจลบล้างจากความเชื่อความรู้สึกของคนเสื้อแดงได้
แม้ปัจจุบัน ภูมิใจไทย จะได้ ส.ส.เชียงใหม่ 1 คน ส.ส.แพร่ 2 คน และ ส.ส.เชียงราย 2 คน จากพรรคอนาคตใหม่ มาอยู่ในสังกัด แต่ก็ไม่การันตีว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า จะสอบได้ในสีเสื้อตัวใหม่
สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส.ภาคเหนือมา 1 คนคือ สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ส.ส.สุโขทัย เขต 3 ซึ่งเป็น ส.ส.เก่า ฐานเสียงแน่น อยู่พรรคไหน ก็ได้เป็น ส.ส.
สมัยหน้า คนสวรรคโลกการันตีชื่อ สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ เป็น ส.ส.สุโขทัย เขต 3 อีกสมัยอย่างแน่นอน
ดังนั้น ครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ จึงต้องลงมาลุยเอง เพื่อหาทางเพิ่ม ส.ส.ภาคเหนือ ในสมัยหน้าให้ได้ โดยต้องเลือกเอา ส.ส.บ้านใหญ่ เพราะฝากความหวังไว้กับ ส.ส.งูเห่า 5 คน ไม่ได้
เป้าหมายแรกคือ นิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 4 สมัย พรรคเพื่อไทย เจ้าของบริษัทช่างพินิจ เอ็นจิเนียริ่ง (2539) มีฐานเสียงอยู่ใน อ.บางระกำ และ อ.บางกระทุ่ม
ปลายปี 2563 นิยมส่งหลานสาว ยลดา ช่างพินิจ ลงสมัครนายก อบจ.พิษณุโลก ตอนแรกจะใช้ชื่อทีมเพื่อไทย โดนห้ามใช้ จึงเปลี่ยนมาเป็นทีมคนรักพิษณุโลก แต่ก็แพ้นายก อบจ.คนเก่า ได้มา 1.4 แสนคะแนน
อีกรายคือ นคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก 5 สมัย โดยการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ย้ายออกจากพรรค ปชป. ไปอยู่พรรคเพื่อไทย แต่พ่ายคู่แข่งหน้าใหม่ มานัส อ่อนอ้าย พรรคพลังประชารัฐ ที่เขต 5
ส่วนเขต 1 อ.เมืองพิษณุโลก ครูใหญ่เนวินเลือก ปาล์ม-บวรเดช หล้าแหล่ง ทายาทรุ่น 2 ของห้างทองวันจันทร์ ร้านทองเก่าแก่ที่สุดในเมืองสองแคว
ต้นปี 2564 ปาล์ม บวรเดช ลงชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก พ่ายแชมป์ผูกขาด เปรมฤดี ชามพูนท ไปแค่ 200 คะแนน
อนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ที่เคยไปงานวันเกิดครูใหญ่เนวิน เหมือนจะไปอยู่ภูมิใจไทยแล้ว แต่เพิ่งเห็นมาโผล่หน้าข้างๆ สมศักดิ์ เทพสุทิน ยืนยันลงสมัคร ส.ส.ในนาม พปชร.
เป้าหมายต่อมาคือ ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ที่ย้ายมาพรรคเศรษฐกิจไทย ก่อนจะเข็มมาจบที่พรรคภูมิใจไทย
ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ เป็นตัวแทนบ้านใหญ่เมืองตาก ภายใต้การนำของ ณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ นายก อบจ.ตาก และสมัยหน้า ฑีฆะพล ทวีเกื้อกูลกิจ รองนายก อบจ.ตาก น้องชายธนัสถ์ จะลงเขต 2 (อ.แม่สอด) ในสีเสื้อเดียวกับพี่ชาย
เป้าหมายใหญ่อยู่เหนือสุดประเทศไทย จ.เชียงราย คาดว่า หลังประชุมเอเปก อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คงยกทัพใหญ่ไปเปิดตัว รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย เขต 4 พรรคเพื่อไทย
จริงๆ แล้ว พรรคภูมิใจไทย มี ส.ส.เชียงรายโดยพฤตินัย 3 คน ฝากเลี้ยงไว้ในก้าวไกล 2 คนคือ เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย เขต 1 และพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย เขต 6
รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ มีศักดิ์เป็นหลานของ สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.ส.เชียงราย โดยตัวเขาลงสมัคร ส.ส.เชียงราย สมัยแรก ในสังกัดพรรคพลังประชาชน และเป็น ส.ส.เชียงราย ติดต่อกันมา 3 สมัยแล้ว
ย้อนไปปี 2554 เนวิน ชิดชอบ ปั้นภูมิใจไทย ลงสนามครั้งแรก ได้จับมือเสี่ยเล็ก มงคล จงสุทธนามณี อดีต ส.ส.เชียงราย และสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย แข่งกับทีมเพื่อไทย ปรากฏว่า ปราชัยยับเยินทุกเขต
สมัยโน้น รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ยังอยู่กับเพื่อไทย และต้องแข่งกับลูกชายอาสมบูรณ์ แต่สีเสื้อดี มีชัยแบบง่ายดาย
ทำไม พ.ศ.นี้ ส.ส.รังสรรค์ จึงตัดสินใจย้ายค่าย ทั้งๆ ที่รู้ว่า เป็นเกมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เพราะเพื่อไทย ยุคอุ๊งอิ๊ง กำลังมาแรง
จุดเปลี่ยนที่ทำให้ ส.ส.รังสรรค์ มั่นใจว่า สู้คนแดนไกลได้ ก็น่าจะมาจากชัยชนะในการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ของตระกูลวันไชยธนวงศ์
ปลายปี 2563 มีการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย เป็นการต่อสู้ระหว่างวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย ในนามพรรคเพื่อไทย กับ อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ตัวแทนบ้านใหญ่วันไชยธนวงศ์
ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น ไม่ต่างจากแผ่นดินไหวเชียงราย เมื่อ อทิตาธร พลิกเอาชนะวิสาระดี คว้าเก้าอี้นายก อบจ.เชียงราย ทั้งที่ทักษิณ ชินวัตร เขียนจดหมายถึงคนเชียงรายให้วิสาระดี ลูกสะใภ้สมพงษ์ อมรวิวัฒน์
ครูใหญ่เนวิน ขอท้าพิสูจน์กระแสคนแดนไกลอีกครั้ง และหวังว่าจะไม่พ่ายยับในสนามเชียงราย เหมือนการเลือกตั้งปี 2554






