“ประยุทธ์-ฮุนเซน” ชื่มมื่น พร้อมร่วมมือการค้า ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

“ประยุทธ์-ฮุนเซน” ชื่มมื่น พร้อมร่วมมือการค้า ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

“ประยุทธ์” หารือ “ฮุนเซน” ชื่นมื่น สัมพันธ์แน่นแฟ้น 2 ประเทศ พร้อมสานต่อความร่วมมือ ต่างยินดีการค้าระหว่างกันขยายตัวชัดเจน ตั้งเป้าการค้าชายแดน 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2025 ขอบคุณที่ช่วยเหลือคนไทย โดนหลอกไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทางกัมพูชา ยัน ทลายขบวนการจริงจัง

เมื่อเวลา 11.10 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา (เวลาเท่ากับประเทศไทย) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหารือกับ สมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 40 และ 41 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้องเพื่อกระชับความสัมพันธ์หลังจากผู้นำทั้งสองว่างเว้นจากการพบปะหารือกันมากว่าสามปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และเพื่อติดตามความคืบหน้าและหารือประเด็นสำคัญต่างๆ ในระดับทวิภาคี นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้

 

“ประยุทธ์-ฮุนเซน” ชื่มมื่น พร้อมร่วมมือการค้า ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นายกรัฐมนตรียินดีต่อความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ประธานอาเซียนของกัมพูชาพร้อมขอบคุณที่ตอบรับคำเชิญเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในฐานะแขกพิเศษ โดยนายกรัฐมนตรียินดีกับทิศทางความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทย-กัมพูชาที่แน่นแฟ้น ราบรื่น ซึ่งต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่ให้ความใส่ใจและสนับสนุนอย่างเต็มที่ด้วยตนเอง จนทำให้มีความร่วมมือที่ดีในทุด้านที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และหวังว่าจะได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปในทุกระดับ 

ทั้งนี้ ไทยชื่นชมและสนับสนุนความพยายามของกัมพูชา ในฐานะประธานอาเซียน กับการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 และการร่วมมือกันในการฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคม รวมถึงการผลักดันให้อาเซียนมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในการรักษาเสถียรภาพ สันติภาพ และความเจริญของภูมิภาค 

“ประยุทธ์-ฮุนเซน” ชื่มมื่น พร้อมร่วมมือการค้า ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ด้านนายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศ ยินดีที่กัมพูชาและไทยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนและการหารือกันอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ รวมทั้งได้ยืนยันความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อสานต่อความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคีให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

“ประยุทธ์-ฮุนเซน” ชื่มมื่น พร้อมร่วมมือการค้า ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งสองฝ่ายยินดีที่เศรษฐกิจของไทยและกัมพูชาเติบโตอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น โดยการค้าระหว่างกันมีการขยายตัวอย่างชัดเจน ซึ่งทั้งสองเห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือและทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนและให้บรรลุเป้าหมายการค้าที่ 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี ค.ศ. 2025

ไทยและกัมพูชาชื่นชมความร่วมมือด้านการเงินและเศรษฐกิจดิจิทัลที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีได้เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศหารือกัน เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการเงินและเศรษฐกิจดิจิทัลในมิติต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น

ในด้านความเชื่อมโยง ไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทั้งสองฝ่ายยินดีที่มีการเปิดใช้งานทางหลวงพิเศษระหว่างกรุงพนมเปญกับจังหวัดพระสีหนุ ซึ่งเป็นทางหลวงพิเศษสายแรกของกัมพูชาเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งไทยพร้อมร่วมมือกับกัมพูชาอย่างเต็มที่เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงทางคมนาคมขนส่งระหว่างสองประเทศมากยิ่งขึ้น

ความสัมพันธ์ระดับประชาชน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้หน่วยงานความร่วมมือด้านการฝึกอบรมและการแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทั้งสองฝ่ายสานต่อการหารือเพื่อให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในด้านการแพทย์และการศึกษา ซึ่งเป็นด้านที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้ความสำคัญ 

“ประยุทธ์-ฮุนเซน” ชื่มมื่น พร้อมร่วมมือการค้า ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ด้านปัญหาขบวนการหลอกลวงทางโทรศัพท์ข้ามชาติ (แก๊งค์ call center) นายกรัฐมนตรีขอบคุณกัมพูชาที่ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่งในการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกชักชวนไปทำงานกับขบวนการหลอกลวงทางโทรศัพท์ข้ามชาติ (แก๊งค์ call center) ในกัมพูชา โดยไทยตระหนักดีว่าขบวนการ call center เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้กัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการ และยินดีที่กัมพูชาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง และพร้อมให้การสนับสนุนในการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้ขอรับการสนับสนุนการสมัครเป็นเจ้าภาพจัดงาน Expo 2028-Phuket Thailand จากกัมพูชา โดยหวังที่จะให้เวทีนี้เป็นเวทีให้นานาประเทศนำเสนอแนวทางเพื่อเป็นทางออกร่วมกัน และแลกเปลี่ยนความร่วมมือสู่ความยั่งยืน