แลนด์สไลด์เพื่อไทย “แดงดับส้ม” กลยุทธ์ กทม. เจาะฐานบ้านมีรั้ว

ว่ากันว่า ไม่กี่วันก่อน “อุ๊งอิ๊ง” ถึงขนาดดอดเข้าพรรค ไปนั่งประชุมตามบี้เรื่องนี้ด้วยตัวเองกันเลยทีเดียว และยังมีอีกปัญหาคือความไม่ลงตัวเรื่องการวางตัวผู้สมัครส.ส.อีกด้วย
บันไดสู่เป้าหมายแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย คือต้องกวาด ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปให้ได้มากที่สุด ไม่เฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน
ความนิยมของเพื่อไทย นับตั้งแต่ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร เข้ามาเป็นตัวชูโรง ก็สร้างกระแสได้ดีพอสมควร เห็นได้จากผลสำรวจของนิด้าโพล ในภาคใต้ และกรุงเทพฯ ที่ติดอันดับต้นๆของคนที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี เรียกว่าพอฟัดพอเหวียงกับคนอื่นได้สมน้ำสมเนื้อ
จึงพูดได้ว่าเพื่อไทยชั่วโมงนี้มีลุ้นเลยทีเดียว โดยเฉพาะสนาม กทม. ที่แม้จะแข่งขันกันดุเดือดเมื่อต้องเจอคู่แข่งคนสำคัญอย่างพรรคก้าวไกล ที่กระแสเมืองหลวงยังฮิตติดลมบน ความนิยมสูงบนโลกโซเชียลมีเดีย แต่ก็ยังมีจุดอ่อนคือฐานเสียง หรือแกนจัดตั้งในพื้นที่
โดยกลยุทธ์หนึ่งที่เพื่อไทยนำมาใช้ควบคู่กับงานด้านโซเชียลมีเดีย และดูจะประสบความสำเร็จพอสมควร คือการเจาะกลุ่มเป้าหมายประชาชนบ้านมีรั้ว ตามชุมชนหรือหมู่บ้านทั่วไป ด้วยการแทรกซึมส่งคนเข้าไปเป็นกรรมการผู้บ้านหรือนิติบุคคล
เอาไว้เป็นมือเป็นไม้คอยช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งถูกนำมาใช้ในบางเขตที่พรรคมี ส.ส.มาหลายสมัย เรื่องนี้บรรดาคู่แข่งต่างรับรู้กันดีว่าจะเข้าไปเจาะนั้นยากมาก
ความรวดเร็วในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ชาวบ้านตรงนี้เอง เป็นรูปแบบที่สำคัญของการทำพื้นที่หรือขยายฐานการเมืองของเพื่อไทย
เพราะทันทีที่ได้รับเรื่องเดือดร้อนจากชาวบ้าน ทีมงานจะถึงที่หมายก่อนเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตเสียอีก และสามารถแก้ปัญหาให้ได้เลย โดยไม่ต้องรอผู้บังคับบัญชาตัดสินใจเหมือนระบบราชการ
ชาวบ้านเลยเห็นความแตกต่างว่า พึ่งพาพรรคการเมืองดีกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่า ไม่ต้องมีพิธีรีตรอง ที่เต็มไปด้วยความล่าช้า
และเมื่อสามารถแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ลุล่วง การพูดต่อแบบปากต่อปากจะเกิดขึ้น ในเชิงการตลาดถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ดังนั้น งานมวลชนของเพื่อไทย เรียกว่าไม่แพ้ใครทั้งสิ้น
แม้การทำงานของ ส.ก.เพื่อไทย ตอนนี้ ดูจะค่อนข้างสวนทางกับ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. อยู่ไม่น้อย มีหลายเรื่องที่พยายามผลักดันปัญหาเข้าไปแก้ในสภากทม. ก็ไม่ค่อยได้รับการตอบสนอง ต่างจาก ส.ก.ก้าวไกล ที่ ชัชชาติ ดูจะให้น้ำหนักมากว่า
อาจเป็นเพราะชัชชาติ โดนใครบางคนเข้ามาก้าวก่ายการทำงาน หรือล้วงลูก ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. ก็ไม่สามารถตอบสนองอะไรให้ได้ จึงเป็นที่มาที่ทำให้เกิดอุปสรรคในการทำงานในสภากทม.หรือไม่
นอกจากนั้น ยังมีเรื่องนโยบายของเพื่อไทย ที่ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ก็ทำเอาอุ๊งอิ๊ง ไม่ค่อยปลื้มสักเท่าไหร่
ว่ากันว่า ไม่กี่วันก่อน ถึงขนาดดอดเข้าพรรค ไปนั่งประชุมตามบี้เรื่องนี้ด้วยตัวเองกันเลยทีเดียวและยังมีอีกปัญหาคือความไม่ลงตัวเรื่องการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.อีกด้วย
รายละเอียดเหล่านี้ยังมีเวลาที่เพื่อไทยจะจัดการสะสางปัญหาให้จบ ก่อนที่การเลือกตั้งจะมาถึงภายใต้โจทย์ใหญ่ที่สูงลิบคือการชนะแบบถล่มทลาย







