วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ไทยสร้างไทย" นำภาคประชาชน ยื่นเจตจำนงค์ ชงแก้รธน. ตั้งส.ส.ร.

คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมด้วยภาคประชาชน ยื่น "ชวน" แสดงเจตจำนงค์ริเริ่มแก้ไขรธน. เตรียมล่าชื่อประชาชน 5หมื่นชื่อให้เสร็จสิ้นปี65 วอน "นายกฯ-ส.ส.-ส.ว." ให้ความร่วมมือ ชี้ไม่ต้องทำประชามติ เพราะไม่ใช่แก้ไขทั้งฉบับ

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย , นายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พร้อมด้วย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา , นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และภาคประชาชน เข้ายื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ฐานะประธานรัฐสภาเพื่อแสดงเจตจำนงค์ริเริ่มการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากนั้นจะรณรงค์ต่อประชาชน เพื่อใช้ชื่อ 50,000 รายชื่อ เพื่อขอให้รัฐสภาพิจารณาวาระดังกล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภา ในสมัยการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนหมดวาระของสภาฯ 

 

 

         ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคไทยสร้างไทยพร้อมด้วยภาคประชาชนได้ริเริ่มการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนในการยกร่างรัฐธรรมนญฉบับของประชาชน ทั้งนี้เนื้อหาที่เสนอ คือให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)​ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน  เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยจะมีเนื้อหาสำคัญ คือ การยุติวงจรรัฐประหาร โดยให้บุคคลที่ก่อการรัฐประหารมีความผิดฐานล้มล้างการปกครอง คือกบฎและผู้ที่รัฐประหารต้องได้รับลงโทษสูงสุด  อย่างไรก็ดีตนเชื่อว่าจะทำให้ยุติความขัดแย้งของการเมือง2ขั้วที่เกิดขึ้นกว่า 16 ปีได้ 

 

"ไทยสร้างไทย" นำภาคประชาชน ยื่นเจตจำนงค์ ชงแก้รธน. ตั้งส.ส.ร.

         “รัฐธรรมนญฉบับปัจจุบันยอมรับว่ามีข้อบกพร่อง  มีการสืบทอดอำนาจ  ขอเชิญชวน นายกฯ ส.ว. ส.ส. ทุกคนมาร่วมทำภารกิจสำคัญเพื่อให้ประเทศไปต่อได้ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เห็นอนาคตของประเทศ ยุติความขัดแย้งและเพื่อทำรัฐธรรมนูญที่ประชาชนสถาปนาดำรงอยู่ต่อไป ตัดวงจรทำรัฐประหาร กำหนดโทษให้คนทำรัฐประหารได้รับโทษประหารชีวิต หรือสูงสุดตามรัฐธรรมนูญ เพื่อเดินหน้าประเทศไทย ทั้งนี้ขอให้ทำก่อนการเลือกตั้ง ทั้งนี้เป็นเจตนาดีและอยากเห็นความร่วมมือกับทุกฝ่าย” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

 

 

 

 

         ขณะที่นายโภคิน กล่าวว่า หลังจากที่ยื่นแสดงเจตจำนงค์ต่อนายชวนแล้ว เมื่อทางรัฐสภาแจ้งถึงความพร้อมต่อการเข้าชื่อเพื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคไทยสร้างไทยและประชาชนจะรณงค์ให้ผู้ที่สนับสนุนร่วมลงชื่อผ่านระบบออนไลน์ เบื้องต้นตนเชื่อว่าจะทำได้ครบจำนวน 50,000 ชื่อได้ในสิ้นปี 2565 และเมื่อเปิดสภาฯ ในเดือนมกราคม 2566 รัฐสภาสามารถบรรจุวาระและผ่านการพิจารณาวาระหนึ่ง และวาระสองในชั้นกรรมาธิการฯ ได้ใช้เวลาพิจารณา 15 วัน และเข้าสู่การพิจารณาวาระสาม ได้จะถือเป็นของขวัญให้ประชาชน เพื่อมอบอำนาจให้ประชาชนยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน อย่างไรก็ดีในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่เตรียมเสนอนั้นนั้น ไม่ใช่การยกร่างแก้ไขทั้งฉบับตามที่ศาลรรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมี ส.ส.ร. คือการแก้ไขทั้งฉบับ ต้องผ่านการทำประชามติก่อน  เพราะเนื้อหาที่เตรียมเสนอต่อรัฐสภานั้น ไม่ได้แก้ไขหมวด 1 และหมวด2 เพียงแค่เสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมให้มีส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อทำจัดทำรัฐธรรมนูญเท่านั้น

         “วิงวอนทุกฝ่าย รวมถึงนายกฯ พรรคฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว. ให้ความร่วมมือจริงจัง เพื่อเป็นของขวัญและเป็นความหวังกับประชนชน หากทำทันในการเลือกตั้งปีหน้า  ให้มีการเลือกตั้งส.ส.ร. อาจจะเลือกในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ส.ส. ก็ได้เพื่อให้ประชาชนมีความหวัง  และขอให้เลิกวาทะกรรมสร้างความเกลียดชัง โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะรณรงค์เขียนข้อความการทำรัฐประหาร คือความผิดฐานกบฎ แม้หมดอำนาจต้องมารับผิดชอบ เพื่อเป็นเครื่องมือของศาลให้พิจารณาได้ต่อไปโดยจะบัญญัติให้ผู้ที่ก่อการรัฐประหารนั้่นมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และให้ประชาชนที่มีผลกระทบจากการทำรัฐประหาร คือผู้เสียหายสามารถยื่นฟ้องดำเนินคดีได้ รวมถึงห้ามนิรโทษกรรมให้กับผู้ก่อการรัฐประหาร” นายโภคิน กล่าว