วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569

Login
Login

บัตรสวัสดิการรัฐไปได้ต่อ! รัฐบาลลุยช่วย “กลุ่มเปราะบาง” บรรเทาค่าครองชีพ

บัตรสวัสดิการรัฐไปได้ต่อ! รัฐบาลลุยช่วย “กลุ่มเปราะบาง” บรรเทาค่าครองชีพ

“ทิพานัน” เผย ยอดผู้ลงทะเบียน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ปี 65 กว่า 19.3 ล้านราย ย้ำสามารถใช้สิทธิได้ต่อ แม้บางมาตรการจะสิ้นสุดตั้งแต่ ก.ย. แต่รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” บรรเทาค่าครองชีพต่อไป

เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2565 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เปิดให้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 ล่าสุดยอดผู้ลงทะเบียน ณ วันที่ 30 ก.ย. 2565 มีจำนวน 19,381,909 รายนั้น ขอเน้นย้ำกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ยังคงสามารถใช้สิทธิได้อยู่แม้บางมาตรการจะสิ้นสุดลงตั้งแต่เดือน ก.ย. 2565 แต่รัฐบาลยังคงเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อไป

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สำหรับมาตรการที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมยังได้รับสิทธิในเดือนตุลาคม ได้แก่ วงเงินซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค คนละ 200-300 บาทต่อเดือน โครงการเพิ่มกำลังซื้อ คนละ 200 บาทต่อเดือน วงเงินซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรคนจนทั่วไป 100 บาท ต่อเดือนเป็นเวลา3 เดือน วงเงินซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับร้านค้า หาบเร่ แผงลอย 100 บาทต่อเดือนเป็นเวลา3เดือน และมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน ติดต่อกัน 3 เดือน ให้ใช้สิทธิ์ค่าไฟฟ้าฟรี ส่วน กรณีใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วยต่อเดือน ให้ใช้สิทธิ์ตามมาตรการนี้ในวงเงิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน เว้นแต่กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วยต่อเดือน ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าไฟฟ้าเองทั้งหมด

น.ส.ทิพานัน กล่าวอีกว่า ค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน กรณีใช้น้ำประปา เกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท จะได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท โดยส่วนเกินต้องชำระเอง เว้นแต่กรณีใช้น้ำประปา เกิน 315 บาท ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าน้ำประปาเองทั้งหมด ทั้งนี้ รัฐบาลโดยมติคณะรัฐมนตรีได้ขยายระยะเวลาไปถึง 7 เดือน คือ ตั้งแต่ตุลาคม 2565 - เมษายน 2566

“พล.อ.ประยุทธ์ ห่วงใยและทุ่มเทให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ควบคู่ไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้มีความสมบูรณ์ ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว เพื่อให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า ส่วนจะมีมาตรการใดๆออกมาเพิ่มเติมหรือไม่ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางภาครัฐเท่านั้น” น.ส.ทิพานัน กล่าว