"ส.ก.เพื่อไทย" ลุกอภิปราย จี้ “กทม.” เร่งบริหารจัดการน้ำท่วมโซนตะวันออก แก้ปัญหาความเดือดร้อนปชช. โดยเร็ว แนะ แก้ปมผังเมือง ชี้ ทั้ง 50 เขต ต้องเตรียมความพร้อม จัดสรรงบฯ สร้างเขื่อนตามคลอง สร้างอาคารบังคับน้ำ
นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ รองประธานสภากรุงเทพมหานคร (คนที่1) ปฎิบัติหน้าที่ประธานสภากรุงเทพมหานคร ในการประชุมวิสามัญ สมัยที่ 2 (ครั้งที่ 3) ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนาศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง โดยในที่ประชุมสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย มีข้อเสนอแนะ กทม.เร่งบริหารจัดการแก้ปัญหาน้ำท่วม พื้นที่กรุงเทพตะวันออก บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยเร็ว
โดยนายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง เสนอญัติติขอให้กรุงเทพมหานครเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯโดยเร็ว พร้อมแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อฝ่ายบริหารและสำนักการระบายน้ำว่า หัวใจการแก้ปัญหาน้ำท่วมคือประตูระบายน้ำ น้ำไหลจากปทุมธานีลงกรุงเทพฯ ตะวันออก ผ่านคลองแสนแสบเพื่อไหลไปอุโมงค์พระรามเก้า ส่วนการระบายน้ำอีกเส้นที่ขนานกันคือคลองประเวศบุรีรมย์ ที่จะไหลลงสู่สถานนีสูบน้ำพระโขนง ตามหลักแนวโน้มถ่วงคือที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ปัจจุบันพบว่าเครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำพระโขนงยังทำงานได้ไม่เต็มที่เนื่องจากปริมาณน้ำมาที่สถานีไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้น การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องคือเปิดประตูระบายน้ำของทั้งสองคลองหลักเพื่อให้ไหลไปสู่สถานีสูบน้ำพระโขนง ส่งต่อไปแม่น้ำเจ้าพระยาและสู่อ่าวไทยโดยเร็วที่สุด ด้านการแก้ไขระยาว ควรทำเขื่อนและประตูกั้นน้ำ รวมทั้งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มที่คลองหลัก เพื่อเป็นการเร่งระบายน้ำสู่สถานีสูบน้ำพระโขนง และเพิ่มเครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำทดแทนเครื่องเดิมที่ชำรุด เสื่อมสภาพ
ขณะที่ น.ส.มธุรส เบนท์ ส.ก.เขตสะพานสูง กล่าวว่า
เขตสะพานสูง ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนักโดยเฉพาะหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง ที่มีบ้านประชาชนมากถึง 3,000 กว่าหลังคาเรือน ต่อมาเป็นหมู่บ้านเคหะธานี 4 อีก 1,000 กว่าหลังคาเรือน และชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลอง ตนได้ลงพื้นที่แก้ไขสถานการณ์ร่วมกับสำนักงานเขต ทั้งตั้งเครื่องสูบน้ำตามจุด ทั้งกั้นกระสอบทรายเพื่อบล็อคน้ำจากคลองไม่ให้เข้าสู่บ้านเรือน แต่ท้ายที่สุดไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที จึงขอฝากท่านประธานไปยังฝ่ายบริหารเร่งพล่องน้ำในคลองโดยด่วน เนื่องจากการตั้งเครื่องสูบน้ำไว้ตามจุดนั้น เป็นการสูบน้ำลงคลองทั้งๆ ที่ปริมาณน้ำในคลองมีระดับสูงเกินเกณฑ์ปกติ ณ เวลานี้ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะน้ำไม่มีทางไป จึงไม่ใช่การแก้ไขปัญหา
อีกท้ัง โครงการหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก สร้างทับถมที่ซึ่งเดิมเคยเป็นบึง เป็นแอ่งเก็บน้ำ คล้ายกับแก้มลิง และยังสร้างใจกลางหมู่บ้านเดิมที่เคยมีอยู่ หมู่บ้านโดยรอบจึงได้รับผลกระทบโดยเป็นแอ่งกระทะเก็บน้ำอย่างดี อีกทั้งยังสร้างกำแพงชิดติดกับหมู่บ้านเดิม ไม่มีลำราง ไม่มีทางน้ำไป จึงฝากไปยังฝ่ายบริหารช่วยพิจารณาเรื่องของการจัดผังเมืองและเร่งแก้ไขเรื่องนี้ด้วย
ทั้งนี้ นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ส.ก.เขตบึงกุ่ม กล่าวว่า หัวใจของการป้องกันน้ำท่วมคือการเตรียมความพร้อมของผู้อำนวยการเขต ทั้ง 50 เขต ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ เครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย ห้องสุขาเเคลื่อนที่ เวชภัณฑ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการป้องกันและเยียวยา ผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมได้ และขอให้สำนักงานเขต สำนักการระบายน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการสำรวจคลอง ทางเดินน้ำไหลสะดวกหรือไม่ หรือมีอะไรที่เป็นอุปสรรคขวางทางเดินของน้ำ และ ขอให้กทม.จัดสรรงบประมาณมาสร้างเขื่อนตามคลองต่างๆ และสร้างอาคารบังคับน้ำเพื่อป้องกันน้ำจากคลองแสนแสบไหลกลับเข้ามายังพื้นที่
ด้าน น.ส.นภัสสร พละระวีพงษ์ ส.ก.เขตบางกะปิ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่ผ่านเขตบางกะปิมีน้ำท่วมกว่า 30 จุด ปัจจุบันมีนักเรียนไม่ได้ไปโรงเรียนและบางรายต้องพายเรือไป และชุมชนหมู่บ้านสวนสนตั้งแต่ท่วมคราวที่แล้ว ครั้งนี้ก็เจอเหตุการณ์เดิม ฝนตกเพียงแค่ 1 ชั่วโมง น้ำท่วมจนรถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ประชาชนต้องยกของย้ายบ้านเพื่อหนีน้ำท่วมฉับพลัน และอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพร่องน้ำออกโดยเร็วที่สุด และเร่งเยียวยาความเสียหาย





