วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐสภาคว่ำ4ร่างแก้รธน. - "โฆษกภท." แจงโหวตเอาม.272ตามดำริ "อนุทิน"

ผลการลงมติแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับ คว่ำทั้งหมด เหตุส่วนใหญ่ เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง พบ "ภท.-ปชป." ร่วมโหวตรับหลักการทั้งหมด "ภราดร" แจงเป็นเจตนารมของ หัวหน้าพรรค

          ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการลงมติวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ทั้ง 4 ฉบับ ซึ่งรัฐสภาได้พิจารณาและลงมติแล้วเสร็จเมื่อช่วงกลางดึก วันที่ 7 กันยายน โดยทั้ง 4 ฉบับนั้นไม่ผ่านชั้นรับหลักการทั้งหมด  

 

            โดยฉบับที่  1 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข มาตรา 43 ว่าด้วยสิทธิของบุคคลและชุมชนด้านสิ่งแวดล้อม  รับหลักการด้วยคะแนน 382 เสียง แบ่งเป็น 342 เสียง และส.ว.  40 เสียง , ไม่รับหลักการ 252 เสียง แบ่งเป็น 99 เสียง และส.ว. 153 เสียง ,งดออกเสียง 28 เสียง  แบ่งเป็นส.ส. 2 เสียง และ ส.ว. 26 เสียง

 

                สรุปว่า ที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการ เนื่องจากคะแนนเสียงรับหลักการของ ส.ว.มีจำนวนน้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา คือ 83 เสียง 

           ฉบับที่ 2.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข กลุ่มมาตราว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย รับหลักการด้วยคะแนน 346 เสียง แบ่งเป็น ส.ส. 338 เสียง  และ ส.ว. 8 เสียง, ไม่รับหลักการ 299 เสียงแบ่งเป็น ส.ส. 103 เสียง และ ส.ว. 196 เสียง, งดออกเสียง 17 เสียง  ส.ส. 2 เสียง  และ ส.ว. 15 เสียง

 

             ถือว่าที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการ เนื่องจากคะแนนเสียงรับหลักการมีจำนวนน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา คือ 364 เสียง

 

             ฉบับ 3ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข มาตรา 159 โดยกำหนดบุคคลที่สภาจะเลือกเป็นนายกฯ ต้องเป็น ส.ส.  รับหลักการด้วยคะแนน 346 เสียง แบ่งเป็น ส.ส. 337 เสียง  ส.ว. 9 เสียง, ไม่รับหลักการ 292 เสียง แบ่งเป็นส.ส. 100 เสียง  และ ส.ว. 192 เสียง,งดออกเสียง 24 เสียง ส.ส. 6 เสียง และส.ว.18 เสียง 

 

             ถือว่าที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการ เนื่องจากคะแนนเสียงรับหลักการมีจำนวนน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือ 364 เสียง

 

        ฉบับ 4.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขมาตรา 272 ว่าด้วยอำนาจส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เสนอโดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร มติรับหลักการด้วยคะแนน 356 เสียง แบ่งเป็น ส.สง 333 เสียง และส.ว.23 เสียง,ไม่รับหลักการ 253 เสียง แบ่งเป็นส.ส. 102 เสียง และส.ว. 151 เสียง, งดออกเสียง 53 เสียง เป็นส.ส.8 เสียง  และส.ว.45 เสียง

 

          ถือว่าที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการ เนื่องจากคะแนนเสียงรับหลักการมีจำนวนน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา คือ 364 เสียง

        ขณะที่ผลการลงมตินั้น เป็นที่สังเกตว่า  พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลัง และส.ส.พรรคเล็กลงมติไม่รับหลักการทั้ง 4ร่าง ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาล เช่น  พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคลงมติรับหลักการทั้ง 4ร่าง

 

           ขณะที่ส.ว.ส่วนใหญ่ ลงมติไม่รับหลักการทั้ง 4ร่าง มีเพียง ส.ว.บางส่วนเท่านั้น ที่ลงมติรับหลักการในร่างที่ 4 เรื่องการตัดอำนาจส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี อาทิ นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ  พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายพิศาล มาณวพัฒน์ นายวันชัย สอนศิริ นายมณเฑียร บุญตัน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ 

 

           ขณะที่ นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย  และ ส.ส.อ่างทอง ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่โหวตเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้งหมด เพราะเป็นทิศทางและดำริ จากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้แสดงความเห็นตั้งแต่ช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่เราจะไม่ยอมให้ ส.ว.มีอำนาจเหนือส.ส.ที่จะมาเลือกนายกรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร ต้องได้เลือกนายกรัฐมนตรี

 

             “ไม่กี่วันก่อน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไปออกรายการได้พูดชัดเจนว่า อยากให้ นายกรัฐมนตรี มาจากสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาล่าง ก่อน แล้ว ส.ว. ทำตามเสียงส่วนใหญ่ที่ประชาชนเลือกมา ในการลงคะแนนวันนี้ก็เป็นการแสดงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย ว่าเรามีความเห็นและจุดยืนแบบนี้ ส่วนผลจะออกมาแล้วก็ต้องยอมรับ กติกามีอย่างไร พรรคภูมิใจไทย เราเล่นตามกติกา”นายภราดร กล่าว