กรรมการจริยธรรม ส.ว. จ่อเชิญ "ธานี" แจงปม "ส.ต.ท.หญิง" 12กันยา

กรรมการจริยธรรม ส.ว. จ่อเชิญ "ธานี" แจงปม "ส.ต.ท.หญิง"  12กันยา

กรรมการจริยธรรม ยันสอบปม ส.ต.ท.หญิง ไม่เอนเอียงเร่งทำงาน เผยเชิญ ธานี มาชี้แจง12กันยาน เชื่อมาชี้แจง พร้อมทำเรื่องตรวจสอบเงินบริจาควัดบางลี่เจริญธรรม

         นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ฐานะโฆษกคณะกรรมการจริยธรรม วุฒิสภา แถลงภายหลังการประชุมกรรมการจริยธรรม เพื่อตรวจสอบกรณีที่นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกรณีการแต่งตั้ง ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม ให้ดำรงนำแหน่งต่างๆ ในกรรมาธิการและมีความเกี่ยวโยงกับส.ว. ซึ่งได้เชิญนายวัชระเข้ามาให้ข้อมูลเป็นนัดแรก ว่า จากข้อมูลของนายวัชระ กรรมการได้รับข้อมูลเพิ่มเติมอีก 16 ประเด็น ซึ่งขอเป็นความลับ ทั้งนี้กรรมการจะนัดประชุมครั้งต่อไปวันที่ 8 กันยายน โดยพิจารณาเฉพาะเอกสาาร และนัดประชุมอีกครั้งวันที่ 12 กันยายน ซึ่งเชิญนายธานี อ่อนละเอียด ส.ว.มาให้ข้อมูล   ส่วนพล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ส.ว.นั้นทางกรรมการฯ ยังไม่ได้เชิญ แต่หากข้อมูลไม่เพียงพอจะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

 

          นายสมชาย กล่าวด้วยวากรรมการ ข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กองบัญชาการกองทัพไทย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) และกอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้านั้น ซึ่งจะได้เอกสารตอบกลับภายใน 7 วัน และวันนี้ที่ประชุมมีมติขอข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานดังกล่าวอีกครั้งเพื่อสอบถามเรื่องการขอตัวช่วยราชการ

         เมื่อถามว่า นายวัชระ ระบุว่าชาวจังหวัดราชบุรี ให้ข้อมูลเรื่องการยกน้ำชาของส.ว.ท่านหนึ่งกับสุภาพสตรี นายสมชายกล่าวว่า กรรมการฯเพิ่งทราบเรื่องจากนายวัชระ แต่ไม่ทราบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใดและที่ไหน และเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัว เรายังไม่มีข้อมูลต้องรอตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งนี้นายวัชระร้องหลายข้อที่ผิดจริยธรรม ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ ส.ว.ก็ถือว่าผิดจริยธรรม ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นเรื่องส่วนตัว หากใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปเอื้อต่อความสัมพันธ์ส่วนตัวถือว่าผิด และต้องดำเนินการ ส่วนเรื่องที่นายวัชระ ระบุเกี่ยวกับเงินบริจาคให้วัดบางลี่เจริญธรรมนั้น ที่ประชุมมีมติให้ทำหนังสือสอบถามไปยังเจ้าอาวาสวัด ว่าเงินบริจาคดังกล่าวเกี่ยวกับงานอะไร และเป็นเงินของใคร

         นายสมาชาย กล่าวตอบคำถามถึงการแต่งตั้งให้ ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ ทำงานในกรรมาธิการ ว่า ทางสำนักเลขาธิการวุฒิสภา แจ้งว่า ส.ต.ท.หญิงคนดังกล่าว เป็นเลขานุการ 1 คณะ เป็นนักวิชาการ 1 คณะ และเป็นที่ปรึกษา 1คณะ แต่ทุกอย่างดำเนินการตามมติของกรรมาธิการ ส่วนคุณสมบัติและการเข้าร่วมประชุมก็จะต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป โดยขณะนี้ให้ฝ่ายเลขาธิการวุฒิสภา ตรวจสอบต่อว่าได้มาปฏิบัติงานหรือไม่และดูสถิติการเซ็นชื่อว่ามีกี่ครั้ง


 

           เมื่อถามถึงกรณีที่มีการพูดถึง ส.ต.ท.หญิงกรศิร์​ ได้รับเครื่องราชฯด้วย นายสมชาย กล่าวว่า  ประธานวุฒิสภา ได้ตอบคำถามนี้ไปแล้ว ว่าการดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาและเลขานุการกรรมาธิการ จะมีเงินเดือน หากทำงานได้ 1-2 ปีก็มีสทธิ์ ได้รับเครื่องราชฯ แต่ทั้งนี้ต้องไปตรวจสอบรายละเอียด ซึ่งคนผู้นั้นต้องมาช่วยราชการตามกรอบเวลา เพราะหากเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ จะไม่มีเงินเดือนและจะไม่ได้รับเครื่องราชฯ

 

            "เรื่องการตรวจสอบดังกล่าวมีบางส่วนพยายามดึงให้เป็นเรื่องการเมืองเพื่อลดเครดิตส.ว ซึ่งคิดว่ากรรมการฯจะไม่เล่นตามนั้น  และจะทำตามหน้าที่เต็มที่แข่งกับเวลา ส่วนมติจะถูกผิดอย่างไร ทางกรรมการฯจะต้องรายงานเข้าที่ประชุมใหญ่วุฒิสภา เพื่อลงมติต่อไป โดยเราจะไม่เอนเอียงไปตามกระแส "นายสมชาย กล่าว.