“โผทหาร” เช็คสภาพกองทัพ ปริศนาเด้ง“ผบ.ทบ.” ลาม “ผบ.ทสส.” ขอลาออก

“โผทหาร” เช็คสภาพกองทัพ ปริศนาเด้ง“ผบ.ทบ.” ลาม “ผบ.ทสส.” ขอลาออก

กระแสเปลี่ยนตัว พล.อ.ณรงค์พันธ์ ผบ.ทบ. หรือการลาออกของ พล.อ.เฉลิมพล จะมีมูลหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็น“คลื่นใต้น้ำ”ภายในกองทัพ เกิดขึ้นแล้วแน่นอน

สิ่งที่ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม กังวลมากที่สุดในการปรับย้ายทหาร คือความแตกแยกภายในกองทัพ ที่เกิดจากความไม่ลงตัวในการจัดสรรตำแหน่ง เพราะในทุกๆ ปีจะมีทั้งคนสมหวัง และผิดหวัง ไม่ต่างอะไรกับปีนี้ เพราะกว่าจะได้ข้อสรุป ก็วิ่งเต้นกันฝุ่นตลบ ใช้เส้นสายหวังคงอำนาจเอาไว้

ความไม่เป็นธรรมที่เกิดจากการปรับย้ายนายทหารมีมาตั้งแต่อดีต แม้ “ผบ.เหล่าทัพ” หลายคนตั้งใจจะแก้ไขปัญหา หวังทลายรุ่น กลุ่มก้อน ไม่มีบูรพาพยัคฆ์ ไม่มีวงศ์เทวัญ หรือหมวกแดงจากรบพิเศษ เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในกองทัพ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็กลับสู่วงจรเดิม

ในอดีต ปัญหาการกระจุกตัวในการเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญ ตั้งแต่ระดับผู้บังคับหน่วยไปจนถึงระดับ “บิ๊กกองทัพ”เป็นอย่างไร ปัจจุบันก็ยังคงเป็นอย่างนั้น เพียงแต่มีการเปลี่ยนมือจากทหารกลุ่มหนึ่ง ไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง ตามสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป

ที่เห็นชัดสุด ความไม่พอใจของคนใน “กองทัพไทย” ที่ตกเป็นสถานที่พักพิงของคนไม่สมหวังจาก “กองทัพบก” ทันทีที่ปรากฎชื่อ “บิ๊กอ๊อบ”พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี (ตท.24) หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสธ.ประจำ ผบ.ทบ. “ทหารคอแดง” อีกคนเป็น “รอง ผบ.ทสส.” จ่อขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต่อจาก พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ที่จะเกษียณปี 2566

“กองทัพไทย”เข้าสู่จุดเปลี่ยนนับตั้งแต่ พล.อ.เฉลิมพล ซึ่งขณะนั้น เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบก ถูกส่งตัวมาเป็น เสธ.ทหาร และเป็น “ทหารคอแดง” คนแรกที่ขึ้นเป็น “ผบ.ทสส.” ปิดทางเติบโตของดาวรุ่งในกองทัพไทยหลายคน ทั้ง พล.อ.ณตฐพล บุญงาม แกนนำ (ตท.21) เสธ.ทหาร คนปัจจุบัน พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม (ตท.22 ) เสธ.ทหาร ถูกโยกเป็น เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ปี 2564

และก่อนหน้านั้น พล.อ.เฉลิมพล ยังดึง “ทหารคอแดง” อีกคน “บิ๊กบุ๋ม” พล.ท.สุวิทย์ เกตุศรี (ตท.23) จาก รองมทภ. 1 ข้ามมาอยู่ กองทัพไทย เป็น ผบ.ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้าย (ศตก.) ก่อนขยับเป็น ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อความมั่นคง เพื่อขึ้นพลเอก หวังผลักดันเข้าไลน์ชิงเก้าอี้ ผบ.ทหารสูงสุด ในอนาคต

แม้ในการปรับย้ายครั้งล่าสุดนี้ จะปรากฎชื่อ “บิ๊กจ่อย”พล.อ.ธิติชัย เทียนทอง รองเสธ.ทหาร (ตท.24) ที่ไม่ใช่ทหารคอแดง และเป็นทหารที่เติบโตในกองทัพไทยมายาวนาน นั่งเป็น “เสธ.ทหาร” จ่อชิงเก้าอี้ ผบ.ทหารสูงสุด อีกคน เพื่อคลายความขุ่นข้องหมองใจและข้อครหา ที่มีต่อ “พล.อ.เฉลิมพล” ว่าไม่สนับสนุนคนใน

แต่การมีชื่อ 2 ทหารคอแดงมาจ่อคิวชิง เก้าอี้ ผบ.ทสส.ในปีหน้า ก็เป็นเรื่องน่าหวั่นใจ

ขณะที่กระแสเปลี่ยนตัว “ผบ.ทบ.” ก็ยังเป็นปริศนาให้ตามแคะตามเกากันต่อไป ว่าแท้จริงแล้ว เรื่องนี้มีมูลหรือเป็นเพียงการปล่อยข่าวหวังสร้างแรงกระเพื่อมภายในกองทัพในห้วงที่สถานการณ์ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ที่ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อหรือไม่

กับความพยายามของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการผลักดัน พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ (ตท.23) ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. และ โยก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ (ตท.22) ผบ.ทบ.ไปเป็น ผบ.ทสส. แทน พล.อ.เฉลิมพล ที่จะส่งไปนั่งเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม โผสูตรเก่า ต้นตอข่าวลือครั้งนี้

แต่โผสูตรนี้ต้องพับใส่ลิ้นชัก หลังไม่มีสัญญาณตอบรับ ในขณะที่ พล.อ.เฉลิมพล ขออยู่ในตำแหน่งเดิมจนเกษียณ และหากถูกโยกไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ก็พร้อมลาออก เพื่อเปิดทางและไม่ให้กระทบไปยังตำแหน่ง อื่นๆ ที่มีการวางตัวบุคคลกันไว้แล้ว

ขณะที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ก็ไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนต่อประเด็นดังกล่าว ระบุเพียงแค่ว่า อย่าไปคาดการณ์ถึงข่าวลือต่างๆ และขอให้สื่อคิดในสิ่งที่ดี ช่วยทำให้สังคมมองและคิดในสิ่งที่ดีๆ เพื่อนำพาประเทศชาติไปในทางที่ดี และเอ่ยปากชม พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งแรกเป็นต้นแบบสุภาพบุรุษชายชาติทหาร เคารพคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ

“พล.อ.ประยุทธ์ ทุกคนควรชื่นชม และยกย่องท่าน ท่านปฏิบัติตามระบบของประชาธิปไตย ทั้งนิติศาสตร์ คือ การตรวจสอบ มีเรื่องอะไรก็ร้องไปที่ตุลาการ และทางตุลาการก็สั่งมาที่ฝ่ายบริหาร ว่า ฝ่ายบริหารก็ปฏิบัติตามฝ่ายตุลาการ นี่คือ ระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ต้องยอมรับและชื่นชมว่า ท่านคือสุภาพบุรุษ ท่านคือผู้นำ คือแบบอย่างชายชาติทหาร สุภาพบุรุษ ที่ว่าทางฝ่ายตุลาการปฏิบัติอย่างไร ก็ปฏิบัติตาม นี่คือ สิ่งที่ดีๆ ที่สังคมของประเทศเราที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ปฏิบัติอย่างนี้”

นับตั้งแต่นั้นมา กำหนดการปฏิบัติภารกิจ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ถูกส่งถึงสื่อมวลชนรัวๆ พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์ เพื่อให้เห็นภาพผลงานบนหน้าสื่อ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่นั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ.มา 2 ปีแทบจะเป็นเตมีย์ใบ้ สร้างระยะห่างกับการเมือง งานส่วนใหญ่เป็นงานปิด และไม่เชิญสื่อทำข่าว

ที่น่าสังเกตไปกว่านั้น การปรากฎตัวครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ รมว.กลาโหม ไปเป็นประธานเปิดงานนิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ (Defense & Security 2022) ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ไร้เงา พล.อ.เฉลิมพล พล.อ.ณรงค์พันธ์ และ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปเตมีย์ ผบ.ทอ. มีเพียง พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผบ.ทร.เท่านั้น

โดย พล.อ.ณรงพันธ์ ติดภารกิจรวมงานบำเพ็ญกุศลเนื่องในโอกาสวันเปิดกองบัญชาการกองทัพบก ตั้งแต่เวลา 07.30-10.00 น. ส่วน  พล.อ.เฉลิมพล เดินทางมางานนิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ ในช่วงบ่ายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางกลับไปแล้ว เพื่อรับมอบยานรบ 4X4 ลาดตระเวน จากสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (ผอ.สทป.)

ก่อนจะมาถึงบทสรุปการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายทหารชั้นนายพลในวันถัดมา (30ส.ค.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ นั่งหัวโต๊ะ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทสส. พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผบ.ทร.และ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปเตมีย์ ผบ.ทอ.

โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนส่งโผทหาร กลับไปให้เจ้ากรมเสมียนตราตรวจความถูกต้อง และนำส่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี ลงนาม เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป

ในยามที่ พล.อ.ประยุทธ์ เหลือเพียงเก้าอี้เดียว อำนาจการต่อรองก็ดูเหมือนจะลดน้อยถอยลงไปเช่นกัน 

ไม่ว่ากระแสเปลี่ยนตัว พล.อ.ณรงค์พันธ์ ผบ.ทบ. หรือการลาออกของ พล.อ.เฉลิมพล จะมีมูลหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็น“คลื่นใต้น้ำ”ภายในกองทัพ เกิดขึ้นแล้วแน่นอน