การที่ “ประยุทธ์” จะเดินไปถึง 2 เป้าหมาย จะต้องฝ่าด่าน “ศาลรัฐธรรมนูญ” ในวาระ 8 ปี ไปให้ได้ก่อน และเมื่อคำวินิจฉัยออกมาเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นจะได้รู้ถึงเส้นทางต่อไป
สถานการณ์ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นาทีนี้ กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก จากวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ที่กำลังรอลุ้น “ศาลรัฐธรรมนูญ” จะรับคำร้อง และจะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไรหรือไม่
เรื่องนี้กลายเป็นเชื้อไฟสุมให้สถานการณ์ทางการเมืองร้อนระอุขึ้นมาในช่วงท้ายรัฐบาล และทำท่าว่าอุณหภูมิจะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตราบที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ยังตัดสินใจอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแบบนี้ต่อไป
เมื่อความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมที่ก่อตัวพร้อมออกเคลื่อนไหว เช่น "คณะหลอมรวมประชาชน" ที่ได้แกนนำม็อบมืออาชีพ อย่าง “จตุพร พรหมพันธุ์” และ “นิติธร ล้ำเหลือ” หรือทนายนกเขา ที่เรียกว่าผ่านสมรภูมิการนำม็อบออกมาขับไล่รัฐบาลในอดีต และนายกรัฐมนตรีคนก่อนๆ มาครั้งนี้ มีการประกาศพร้อมเปิดปฏิบัติการบุกทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 24 ส.ค.นี้ เพื่อกระชากนายกฯตู่ ลงหลังเสือ
นอกจากนั้น ยังมี “ม็อบราษฎร” และกลุ่มเครือข่ายที่เริ่มขยับพร้อมเคลื่อนไหวคู่ขนานเพื่อเผด็จศึก “พล.อ.ประยุทธ์” โดยฝ่ายตรงข้าม หรือแนวร่วมม็อบ 3 นิ้ว คงสบช่อง มองเห็นโอกาสว่าเป็นนาทีทอง ที่จะขย่มให้พ้นเก้าอี้ หลังพยายามมาหลายยกก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
รวมถึงกรณีที่เครือข่ายนักวิชาการ “เสียงประชาชน” 8 มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับทีวีดิจิทัลและสื่อออนไลน์ 8 สำนัก เปิดโหวตฟังเสียงประชาชน ผลปรากฎว่า มีผู้เข้ามาร่วมโหวตว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ควรดำรงตำแหน่งนายกฯ เกิน 8 ปี จำนวน 348,511 โหวต คิดเป็น 93.17% ส่วนผู้ที่โหวตว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควร ดำรงตำแหน่งนายกฯ เกิน 8 ปี จำนวน 25,552 โหวต หรือคิดเป็น 6.83% เท่านั้น
ถึงวันนี้ “พล.อ.ประยุทธ์” ได้ทำให้ปฏิกิริยาจากภาคประชาสังคมเกือบทุกภาคส่วน ร่วมกันกดดันและเรียกร้องสปิริตในตัวผู้นำอย่างหนักมากที่สุดครั้งหนึ่ง
เป้าหมายของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่วางไว้ในระยะสั้น คือการเป็นผู้นำในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคในช่วงปลายปี และเป้าหมายระยะยาว คือการไปต่อในทางการเมือง ที่ยังคงวาดหวังจะได้เป็นนายกฯ อีกสมัยหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า
ดังนั้น การที่ “พล.อ.ประยุทธ์” จะเดินไปถึง 2 เป้าหมายที่ว่านั้นได้ จะต้องฝ่าด่าน “ศาลรัฐธรรมนูญ” ในประเด็นวาระ 8 ปี นายกฯ ไปให้ได้ก่อน และเมื่อคำวินิจฉัยออกมาเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นจะได้รู้ว่า เส้นทางทางการเมืองของนายกฯ คนนี้ จะได้ไปต่อ หรือถึงคราวต้องรูดม่านปิดฉากเกมอำนาจเอาไว้แต่เพียงเท่านี้





