background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

"คำนูณ" เตือน "รัฐบาล" ขาดความชอบธรรม ปมอุ้มนายกฯอยู่เกิน8ปี

"คำนูณ" เตือน "รัฐบาล" ขาดความชอบธรรม ปมอุ้มนายกฯอยู่เกิน8ปี

"คำนูณ" มอง วาระ8ปีนายกฯ คำวินิจฉัยศาลถือเป็นที่สุด มีผลผูกพันทุกองค์กร แต่เตือนให้ระวังขาดความชอบธรรม หลังสามัญสำนึกคนทั่วไปมองว่าอยู่เกิน

          นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ต่อประเด็นการอยู่ปฏิบัติหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม หากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จะรักษาการได้หรือไม่ ว่าไม่เคยมีกรณีนี้เกิดขึ้นมาก่อน  คำว่า หยุดปฏิบัติหน้าที่คือหยุดปฏิบัติหน้าที่ ต่างจากอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อ และกรณีนี้ ไม่ใช่กรณีที่ศาลวินิจฉัยแล้วว่า ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงถึงจะมีการอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ามีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่   แต่กรณีที่เกิดขึ้นคือ สถานะภาพความเป็นรัฐมนตรียังคงอยู่ แต่เมื่อมีผู้ยื่นร้องคำร้องให้วินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติ  เมื่อศาลรับแล้วจะสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ก็ได้ ดังนั้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82  ไม่มีกรณีให้ผู้ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ 

 

 

          เมื่อถามย้ำว่ากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าอยู่เป็นนายกฯ ครบ 8 ปีแล้วจะรักษาการในตำแหน่งไม่ได้อีกใช่หรือไม่ นายคำนูณ กล่าวว่า  เป็นกรณีที่เกี่ยวกับกฎหมายหลายมาตรา แต่ไม่ขอพูดถึง ทั้งนี้ตนมองว่าก่อนมีรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายต้องมีสามัญสำนึก มีกฎธรรมชาติ

          “สมมติว่าในกรณีนี้ไม่ว่าเป็นใครก็ตาม เมื่อศาลบอกว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง แม้ข้อกฎหมายจะบอกให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ควรดูความเหมาะสมความควรไม่ควรที่จะอยู่หรือไม่ เพราะจะขัดกับความรู้สึกของผู้คนโดยทั่วไปที่ไม่ได้อ่านกฎหมายหรืออ่านรัฐธรรมนูญที่มีความซับซ้อนพอสมควร กรณีนี้ยิ่งเป็นครบ 8 ปี หากสมมติว่าศาลบอกว่าอยู่ครบ8ปี หากจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปขัดความรู้สึกผู้คน ตามข้อกฎหมายไม่มีข้อใดที่บอกว่าผู้ที่ถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างที่ศาลพิจารณาจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้” นายคำนูณ กล่าว

 

          เมื่อถามย้ำว่าตามกฎหมายคลุมเคลือว่าหากครบ8ปีจะอยู่รักษาได้หรือไม่ แต่อาจมีผลต่อความชอบธรรมทางการเมือง นายคำนูณกล่าวว่า “ความจริงไม่คลุมเคลือ เพราะมีรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 มาตรา 168 และมาตรา 170  แต่ทั้งหมดออกเป็นผลที่แปลก ไม่คิดว่าบ้านเมืองเราจะอยู่ด้วยการหาช่องหาจุดในกฎหมาย เอาเป็นเรื่องความชอบธรรม ความเชื่อมั่นความรู้สึกของประชาชนและสามัญสำนึกของคนโดยทั่วไปที่ไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เมื่อครบ8 ปีไม่ได้เป็นรัฐมนตรีตัวจริงแต่อยู่ปฏิบัติหน้าที่เป็นรัฐมนตรีต่อไปเท่าไรก็ได้ จะขาดความชอบธรรม หากบุคคลไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ได้ยังมีรัฐมนตรีทำหน้าที่ หรือแม้รัฐมนตรีไม่ทำหน้าที่ต่อ ยังกำหนดให้ปลัดกระทรวงรักษาการได้และไม่มีทางตัน”

          เมื่อถามว่ารัฐมนตรีรักษาการยุบสภาได้หรือไม่ นายคำนูณ กล่าวว่า ไม่มีข้อห้าม แต่ไม่เคยเห็น ส่วนจะทำได้หรือไม่ ตนตอบไม่ได้ เพราะปกตินายกฯ มีอำนาจยุบสภา แต่หากตนเองพ้นจากตำแหน่งนายกฯแล้วอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปยุบสภาหรือไม่ เชื่อว่าไม่ได้ เพราะความเป็นนายกฯและรัฐมนตรี หมดไปแล้ว แม้ว่ากฎหมายจะไม่ได้เขียนไว้ว่าการอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้จะยุบสภาได้หรือไม่ โดยสามัญสำนึกของตนมองว่าไม่น่าจะได้ ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่าช่วงรักษาการสามารถยุบสภาได้ พร้อมยกตัวอย่างสมัยรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯว่าช่วงรักษาการปรับครม.ได้นั้น ตนไม่ขอวิจารณ์ แต่หากทำเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไม่ว่ากรณีใด น่าจะทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ประสงค์ให้บ้านเมืองเกิดทางตัน 

 

          “ตอนนี้สภา ไม่ครบวาระ หากนายกฯ พ้นไปมีกระบวนการสรรหานายกฯคนใหม่ และตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ในบทเฉพาะกาล ก็ไม่มีทางตัน ทั้งกรณีที่บุคคลที่พรรคการเมืองเสนอชื่อไม่ได้รับความเห็นชอบ ยังมีเงื่อนไขให้บุคคลภายนอกเข้ามาเป็นได้ ทั้งนี้ผมมองว่าความชอบธรรมนั้นมาก่อนกฎหมาย หากบางกรณีข้อกฎหมายคลุมเคลือไม่ชัดเจนหรือเป็นช่องว่างต้องย้อนไปอยู่บนพื้นฐานขอความชอบธรรม อย่างไรก็ดีการตีความวาระ8ปีนายกฯ ต้องยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันทุกองค์กร” นายคำนูณ กล่าว