"สาธิต" เผย พรรคร่วมเห็นตรงกัน กลับไปใช้สูตร หาร 100 ชี้ หาก 15 ส.ค. องค์ประชุมสภาครบ ถก วันเดียวจบ ย้ำ "ปชป." เข้าทุกนัด ไม่ว่ากฎหมายอะไร รับ ถ้าล่มอีก ปชช.มีสิทธิ์ตำหนิ เสียภาพลักษณ์
ที่ท้องสนามหลวง นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณากฎหมายเลือกตั้ง ชี้ชะตาสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร 500 ภายหลังพรรคเล็กขอประชุมเพิ่มก่อนครบเส้นตาย 180 วัน ว่า ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันของรัฐสภา ส่วนกลไกและการพิจารณาจะออกมาเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับการประชุมในวันที่ 15 ส.ค.
นายสาธิต กล่าวว่า ตนเชื่อว่าขึ้นอยู่กับองค์ประชุม หากองค์ประชุมครบวันเดียวก็เสร็จทันอยู่แล้ว เพียงแต่ก่อนหน้าที่ที่มีปัญหาเนื่องจากทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันให้ตกไป เพื่อกลับไปใช้ร่างเดิมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ใช้บัตรสองใบและใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร 100 ซึ่งเชื่อว่าประชาชนจะได้ประโยชน์มากขึ้นและมีให้เลือกมากกว่าเดิม
เมื่อถามว่า กมธ.เห็นด้วยแล้วใช่หรือไม่ให้กลับไปใช้ร่างเดิมของกกต. นายสาธิต กล่าวว่า ตนเป็นกมธ. เสียงข้างน้อย เดิมที่รับจากสภาไปแก้ให้สอดคล้องหาร 100 แต่ช่วงนั้นเสียงสภาส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย แต่ตนเห็นด้วยมาตลอดกับสูตรหาร 100 เพราะประชาชนมีสิทธิมากขึ้น แต่ผลการประชุมในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของส.ส.แต่ละคน ฝ่ายวิปต้องประสานกันเพื่อให้ได้เป้าหมายตามต้องการทั้งสามฝ่าย หลังจากนี้วิปสามฝ่ายต้องกลับมาคุยกันว่าเอาอย่างไรแต่ในส่วนของประชาธิปัตย์ มีมติจะต้องเข้าร่วมการประชุมสภาทุกครั้งไม่ว่ากฎหมายใด ส่วนผลการประชุมและองค์ประชุมขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในวันนั้น
เมื่อถามว่า ตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลยอมรับกลับไปใช้สูตรหาร 100 แล้วใช่หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า
ก่อนหน้านี้ก็เห็นตรงกันอย่างนั้น แม้วิธีต่างการต่างกัน แต่ตอนนี้เห็นตรงกันแล้วว่าใช้บัตรสองใบและหาร100 ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยไม่เข้าร่วมการประชุมนั้นก็เป็นเอกสิทธิ์ รวมทั้งที่พรรคอื่นหรือสมาชิกวุฒิสภาไม่เข้าร่วมก็เป็นเอกสิทธิ์เช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าสภาจะล่มและประชาชนจะรุมตำหนิ นายสาธิต กล่าวว่า ประชาชนมีสิทธิ์ตำหนิถ้าสะพานล่ม แต่ทุกฝ่ายต้องพยายามอธิบายและให้ข้อมูลประชาชนเพื่อให้สามารถเข้าใจได้แต่ยอมรับว่ากระทบกับภาพลักษณ์สภาอยู่แล้ว





