background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ป.ป.ช.ซุ่มชี้มูล “มานพ ศรีผึ้ง” ส.ส.ภูมิใจไทย ปมอุดหนุนทีมบอล 19.5 ล้าน

ป.ป.ช.ซุ่มชี้มูล “มานพ ศรีผึ้ง” ส.ส.ภูมิใจไทย ปมอุดหนุนทีมบอล 19.5 ล้าน

ป.ป.ช. ซุ่มเงียบชี้มูลผิด “มานพ ศรีผึ้ง” ส.ส.ภูมิใจไทย เมื่อครั้งนั่งเก้าอี้ นายก อบจ.นครสวรรค์ ปมขอเงินอุดหนุนทีมฟุตบอล รวมวงเงินกว่า 19.5 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2565 สำนักข่าวอิศรา รายงานอ้างแหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาแก่ นายมานพ ศรีผึ้ง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครสวรรค์ (ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ส.ส.นครสวรรค์ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย และนายจิรศักดิ์ ส่งศิริ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดนครสวรรค์  ในคดีการขอรับเงินอุดหนุนจาก อบจ. ตามโครงการเตรียมตัวนักกีฬาและเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชายสู่มาตรฐานกีฬาระดับสูง ประจำปี 2555 เป็นจำนวนเงิน 9,500,000 บาท  และโครงการส่งเสริมพัฒนาฟุตบอลชายสู่มาตรฐานกีฬาระดับสูง ประจำปี 2556 จำนวนเงิน 10,000,000 บาท ซึ่งเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้รัฐเสียหายเป็นเงินรวมกว่า 19,500,000  บาท 

อย่างไรก็ดีนายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องดังกล่าว ต้องขอตรวจสอบก่อน

ป.ป.ช.ซุ่มชี้มูล “มานพ ศรีผึ้ง” ส.ส.ภูมิใจไทย ปมอุดหนุนทีมบอล 19.5 ล้าน
(นายมานพ ศรีผึ้ง ส.ส.นครสวรรค์ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย)

สำนักข่าวอิศรา อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวในสำนักงาน ป.ป.ช. ว่า คดีนี้ คณะอนุกรรมการไต่สวน ได้สรุปผลการไต่สวนเป็นทางการแล้วว่า เห็นว่า นายมานพ ศรีผึ้ง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นนายก อบจ.ผู้ถูกกล่าวหา รายที่ 1  มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการ หรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัตหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151  มาตรา 152  และมาตรา 157 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542  และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 127/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เห็นควรส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดีต่อไป ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91(1)  

นอกจากนี้ ยังมีมูลความผิดกรณีพ้นจากตำแหน่ง ฐานเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กระทำการเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นเป็นคู่สัญญาหรือในกิจการที่กระทำให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นหรือที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นจะกระทำ และฐานเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540  และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 44/ 3 (3) และมาตรา 79 แต่เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 พ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องส่งสำนวนการไต่สวนไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจอีก โดยเห็นควรแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ 

ส่วน นายจิรศักดิ์ ส่งศิริ  ผู้ถูกกล่าวหา รายที่ 2  มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์การ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ฐานเป็นพนักงาน มีหน้าที่จัดการ หรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502  มาตรา 8 มาตรา 9 และมาตรา 11 และ ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตบัญญัติประกอบรัฐธรนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 129/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

อย่างไรก็ดีการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถือว่าเป็นกระบวนการชั้นต้น ผู้ถูกกล่าวหาจึงยังถือว่าบริสุทธิ์ และมีสิทธิต่อสู้คดีในชั้นอัยการ และชั้นศาลต่อไป