วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“โทนี่” ทุบโต๊ะ ไม่แตกแบงค์พัน ปักธง“เพื่อไทย”รบทุกกติกา

ความเคลื่อนไหวของ “โทนี่-เพื่อไทย” หลังจากนี้ จึงชัดเจนแล้วว่า ไม่ใช้พรรคสำรอง แตกแบงค์พัน ตระเตรียม “ขุนพล” เพื่อลงสู้ศึกเลือกตั้งเต็มอัตราศึก โดยมีการกลับบ้านของ “โทนี่” เป็นเดิมพัน

“3 ป.” ใจโลเล จนทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของ “รัฐสภา” คิดจะเปลี่ยนกติกาในกฎหมายลูกเลือกตั้ง เลือกสูตรหาร 500 บรรดา ส.ส.-ส.ว. ขานรับดีครับ “นาย” แต่เมื่อกางตัวเลขคำนวณกันแล้วว่า สูตรหาร 500 ไม่ตอบโจทย์พรรคขนาดใหญ่-พรรคขนาดกลาง จึงอาศัยเทคนิคทางกฎหมาย พลิกกลับไปยืนสูตรหาร 100

โดยมีกระแสข่าว “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ สั่งการทางลับ ส.ส.พลังประชารัฐ และส.ว. ปล่อยให้ร่างพระราชบัญญัตติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… เลยกรอบเวลาที่ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 15 ส.ค.นี้

หากไม่สามารถพิจารณาได้ทันในวันที่ 15 ส.ค. จะต้องนำกฎหมายที่เสนอในวาระแรกนำมาบังคับใช้ ซึ่งเป็นร่างที่เสนอโดย กกต. เข้ามายัง ครม. ก่อนที่จะส่งให้รัฐสภา ซึ่งมีเนื้อหาใช้สูตรหาร 100

โดยสูตรหาร 100 พรรคการเมืองที่ปรารถนามากที่สุดคือพรรคเพื่อไทย จึงไม่แปลกที่เพื่อไทยจะเล่นคีย์เดียวกับพลังประชารัฐ และ ส.ว. ด้วยการไม่เข้าร่วมการประชุมรัฐสภา ทำให้องค์ประชุมไม่ครบจนสภาต้องล่ม
 

หากย้อนไปก่อนหน้านี้ ในวันที่รัฐสภาพลิกมาใช้สูตรหาร 500 ทำให้พรรคเพื่อไทยออกอาการเสียทรงอย่างแรง โดยเฉพาะ “หมอชลน่าน” นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ออกมาให้สัมภาษณ์เตรียมตั้งพรรคครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งปัจจุบันมี “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

ทำให้ “ชลน่าน” โดน “ทีมห้องแอร์” สั่งปิดปากห้ามพูด หรือให้ข่าวเกี่ยวกับพรรคสำรองของเพื่อไทยอีก และกำชับให้สู้ทุกรูปแบบเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับสูตรหาร 100

คล้อยหลังจากนั้น “ชลน่าน” ไม่ออกแอ็คชั่นเรื่องพรรคครอบครัวเพื่อไทยอีกเลย ส่วนลูกพรรคไม่มีใครเอ่ยถึง “พรรคสำรอง-พรรคแตกแบงค์พัน” เพราะ “โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร สั่งเบรกรอให้รู้ผลแน่ชัดก่อนว่า การเลือกตั้งรอบหน้าจะต้องใช้สูตรอะไร

ทว่ามาวันนี้ “โทนี่” เคาะแล้วว่า ไม่ว่าสูตรเลือกตั้งจะไปจบตรงไหน สนามเลือกตั้งปี 2566 จะใช้ “พรรคเพื่อไทย” เพียงพรรคเดียวในสนามเลือกตั้ง โดยมีเหตุผลดังนี้
 

1.ประเมินแล้วว่าการเล่นเกมทางการเมืองมากเกินไป ทำให้ประชาชนไม่พอใจ และอาจหมดศรัทธากับพรรค จนอาจส่งผลเสียต่อคะแนนนิยม

2.จำนวน ส.ส. เขต 400 ที่นั่ง เพิ่มจากการเลือกตั้งปี 2562 ที่มี ส.ส. เขต 350 ที่นั่ง ทำให้เพื่อไทยมีโอกาสได้ ส.ส. เพิ่มมากขึ้น แม้อาจจะโดนเล่นแง่ทางเทคนิค กรณีสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

3.กระแสของพรรค ที่ขับเคลื่อนผ่านครอบครัวเพื่อไทย ด้วยการชู “อุ๊งอิ๊ง” อยู่ในแดนบวกมาตลอด ทำให้มีโอกาสชนะการเลือกตั้งสูง แถมกระแส "แลนด์สไลด์" สามารถจุดติด ทำให้ฐานเสียง-แฟนคลับจินตนาการว่าเกิดขึ้นได้จริง

4.บทเรียนจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กระแสของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯกทม. เป็นตัวบ่งบอกว่า ประชาชนต้องการเลือกพรรคการเมืองที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และมั่นใจว่าสามารถทำงานได้ ซึ่งเพื่อไทยมีจุดขายในส่วนนี้อยู่แล้ว

ดังนั้นความเคลื่อนไหวของ “โทนี่-เพื่อไทย” หลังจากนี้ จึงชัดเจนแล้วว่า ไม่ใช้พรรคสำรอง แตกแบงค์พัน ตระเตรียม “ขุนพล” เพื่อลงสู้ศึกเลือกตั้งเต็มอัตราศึก โดยมีการกลับบ้านของ “โทนี่” เป็นเดิมพัน