"ประยุทธ์" โอด เป็น "นายกฯ" ไม่สบายหรอก บ่นไม่ได้ หวั่น โดนคนไล่

"ประยุทธ์" โอด เป็น "นายกฯ" ไม่สบายหรอก บ่นไม่ได้ หวั่น โดนคนไล่

"นายกฯ" นำคณะลงพื้นที่ เมืองกาญจนบุรี 4 ส.ส.พปชร. ต้อนรับ สั่ง ขรก.อย่าใส่เกียร์ว่าง แจง ถ้าไม่ตรึงดีเซล เกิน 40 บาท ชี้ บีบผู้ประกอบการลดราคาสินค้าไม่ได้ ขอให้อดทนเหมือนนายกฯ ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่เที่ยวเตร่ เปรย บ่นมากเดี๋ยวโดนไล่

เมื่อเวลา 08:15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะอาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ ออกจากพล ม.2 สนามเป้า กรุงเทพฯ 

โดยจุดแรกนายกฯ จะไปติดตามแก้ไขปัญหาการขนาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภคและการเกษตร ณ โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ แก้ปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านทุ่งคูน หมู่ที่ 19 ตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา จากนั้น เดินทางไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน และไปตรวจติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบเรือนแพ และปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณ 2 ฝั่งแม่น้ำแคว ณ Sky Walk ริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่ได้มีการปรับภูมิทัศน์เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

"ประยุทธ์" โอด เป็น "นายกฯ" ไม่สบายหรอก บ่นไม่ได้ หวั่น โดนคนไล่

ทั้งนี้ มีพล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี เขต2 พลังประชารัฐ นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 พลังประชารัฐ และนายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 5 พลังประชารัฐ และดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธ.หิ มารอต้อนรับนายกฯ ที่จุดจอดเฮลิคอปเตอร์ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยกระเจา ตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี

จากนั้นนายกฯ เดินทางต่อด้วยรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน กธ 5969 กาญจนบุรี ไปยังโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ แก้ปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านทุ่งคูนหมู่ที่ 19 ตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา ซึ่งเป็นจุดแรกเพื่อติดตามแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ 

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีความพยายามทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยรวม ตนยินดีได้มาพบปะกัน คิดมาหลายวันแล้วว่าทำอย่างไรประชาชนจะมีความสุข พึงพอใจ ความจริงคิดมาหลายปีแล้ว พยายามทำมาเรื่อยๆ หลายอย่างก็ง่าย หลายอย่างทำได้เลย หลายอย่างต้องแก้ไขกฎระเบียบ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนกังวลคือ น้ำท่วมและน้ำแล้งเราห้ามอะไรไม่ได้ เป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่เราต้องอยู่ให้ได้อย่างระมัดระวัง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ รัฐบาลพยายามแก้ปัญหา

 

"ประยุทธ์" โอด เป็น "นายกฯ" ไม่สบายหรอก บ่นไม่ได้ หวั่น โดนคนไล่

นายกฯ กล่าวว่า คนเราสิ่งที่ดีที่สุดคือให้รู้จักให้ ตนตื่นมาก็ให้ ให้อะไรไม่ได้ก็ให้จิตใจกับเขา ให้ความรักไปกับเขา เดี๋ยวก็ทำให้เขาดีขึ้นนี่คือกุศล มันอาจจะไม่เห็นในตอนนี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดเราจะมีความสุข แม้จะมีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้าง ตนก็เอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นความสุข ได้ทำในสิ่งที่ทำสำเร็จ อันไหนไม่เสร็จก็พยายามต่อไป อยากกราบเรียนให้ทุกคนทราบว่านายกฯ เต็มที่ รัฐบาลเต็มที่ ในสภา ส.ส.ก็ร่วมมือกันไปได้หมดประเทศ สำคัญคือพวกเรา คือ ประชาชน เข้าใจด้วยกันก็ไปได้หมด 

นายกฯ กล่าวอีกว่า ในอีก 2 เดือน และเดือนหน้าให้ระวังเรื่องน้ำหน่อยเข้าฤดูฝนในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. เตรียมการรับน้ำ เก็บของไว้หน่อย จัดลำดับการขนย้าย จังหวะนี้นายกฯได้ถอนหายใจ พร้อมกล่าวว่า พูดไปด้วยคิดไปด้วยก็เหนื่อย ต้องทำด้วยพูดปากเปล่าไม่ได้ จริงๆ แล้วพวกเราคิดมาตลอด ข้าราชการก็ฝากไว้ด้วยแล้วกัน ต้องเข้าเกียร์ตลอด เกียร์ว่างไม่ได้ 

"ประยุทธ์" โอด เป็น "นายกฯ" ไม่สบายหรอก บ่นไม่ได้ หวั่น โดนคนไล่ จากนั้น นายกฯ ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนซักถาม โดยประชาชนลุกขึ้นถามถึงราคาน้ำมันที่แพงในขณะนี้ โดยนายกฯกล่าวชี้แจงว่า น้ำมันแพงมันคือปัญหา ตนก็ไม่อยากจะแก้ตัว น้ำมันแพงต้องดูว่าน้ำมันมาจากไหน ไม่ว่าจะซื้อจากไหนก็จะไปสู่ราคากลางทั้งหมด เพราะเป็นน้ำมันดิบ ขายกันในตลาดโลก และไม่ว่าจะซื้อจากที่ไหนก็จะมีค่าขนส่ง ไม่ใช่ราคาต้นทุนน้ำมันเท่านี้จะขายเท่านี้หรือไปลดราคาได้ มันถูกควบคุมทั้งหมด นี่คือกลไกของโลก ในเรื่องพลังงานสิ่งที่รัฐบาลทำได้ในตอนนี้คือ การหาเงินมาอุดหนุนตรงนี้ ที่ผ่านมาเราคงราคาไว้ให้นานที่สุดคือ 35 บาท วันนี้ถูกกว่าประเทศรอบบ้าน แต่อย่าไปเทียบกับประเทศเมียนมา มาเลเซีย เขามีการบริหารคนละแบบ และมีแหล่งพลังงานที่มากกว่าเรา และเราซื้อจากเขาทั้งก๊าซ และน้ำมัน ถ้าเราไม่คงราคาตรงนี้ไว้ก็ขึ้นไป 40 บาทแล้วมันจะไม่หนักกว่านี้หรือ เราพยายามที่จะหาวิธีการเหมาะสม โดยช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เติมบัตรประชารัฐบ้าง ก็ต้องบริหารแบบนี้ 

"ต้องเข้าใจว่าตอนนี้ไม่ใช่สถานการณ์ที่ปกติ ถ้ายังรบอยู่แบบนี้ ก็มี 2-3 ค่ายเรื่องการผลิตน้ำมัน ก็เป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็ไม่ยอมลดราคากัน สู้กันอีก เราก็พยายามจะไปให้ได้ ซึ่งก็มีผลตามไปสู่ต้นทุนการผลิต ต้นทุนอาหารอะไรต่างๆ เราก็พยายามทำให้ได้มากที่สุด เราใช้เงินกองทุนน้ำมันไปแสนกว่าล้าน เมื่อต้องเพิ่มเติมก็ต้องหาเงินอีก ช่วงนี้ยังโอเค รัฐบาลยังมีรายได้เพียงพอจากการเปิดประเทศ พยายามจะทำให้ดีที่สุด ผมไม่แก้ตัว แต่พูดในข้อเท็จจริงที่ผมกล้าจะพูดกับพวกเรา ไม่ปกปิด" นายกฯ กล่าว

"ประยุทธ์" โอด เป็น "นายกฯ" ไม่สบายหรอก บ่นไม่ได้ หวั่น โดนคนไล่ นอกจากนี้ ประชาชนยังได้ถามถึงสินค้าราคาแพง โดยนายกฯ ชี้แจงว่า ก็รู้ว่าแพงก็เห็นใจรัฐบาลต้องบริหารตรงกลาง ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ผู้ผลิตก็มีต้นทุนสูง หลายคนถามทำไมไม่ไปบีบตรงโน้น ตนถามถ้าเราบีบมากๆ โรงงานปิดแน่นอนไปไม่ได้ ตนไม่ได้เอาใจเขา แต่มันเป็นธุรกิจที่ต้องเชื่อมโยงต่อ เพียงแต่เขาต้องคิดราคาให้เป็นธรรม หากพลังงานขึ้นเขาต้องคิดเท่าไร ตนพูดเปิดอกแล้ว สิ่งสำคัญต้องมองสองทางเสมอ เรามองเฉพาะตัวเรา เราจะรู้ว่าเราเดือดร้อน แต่ถ้าเรามองภาพใหญ่ออกมาต้องเปิดหลักคิดใหม่ โดยเฉพาะประชาชนตนไม่ได้โทษอะไรท่าน ท่านมีครอบครัว ลูกหลานหลายคนจะดูแลอย่างไรให้ทุกคนพอใจไม่ขัดแย้ง ไม่ทะเลาะกัน เหมือนกันรัฐบาลก็ทำแบบนี้ ไม่ให้ล้ม ผู้ประกอบการล้มหมดอย่างอื่นตามไปหมดตนไม่ได้ตามใจใครอยู่แล้ว มีคณะกรรมการดูเต็มที่ ตนว่าเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นอยู่ที่ว่าเราใช้ชีวิตกันอย่างไรในช่วงนี้ ก็จะลำบากหน่อย อดทนหน่อย ตนก็ไม่ได้ใช้จ่ายอะไรที่มันฟุ่มเฟือยอะไรเลย กินก็ปกติธรรมดากับเขา เที่ยวเตร่ก็ไม่ได้ไปไหน เป็นนายกฯ ไปไหนไม่ได้อยู่แล้วมันลำบาก ลูกน้องก็ห่วง ตนไม่ได้ไปไหนเป็น 10 ปีแล้ว ทำงานกลับบ้านๆ ตรวจเยี่ยมประชุม หมดแล้วชีวิตตนไม่บ่น บ่นแล้วเดี๋ยวคนไล่ออกอีก เล่าให้ฟังว่าเป็นนายกฯ มันไม่สบายนักหรอก 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์ "ประยุทธ์" โอด เป็น "นายกฯ" ไม่สบายหรอก บ่นไม่ได้ หวั่น โดนคนไล่