“บิ๊ก ป.” บารมีเหนือ “บิ๊กป้อม” คนนอกเกม เขย่าอำนาจ ตู่-ป๊อก

“บิ๊ก ป.” บารมีเหนือ “บิ๊กป้อม” คนนอกเกม เขย่าอำนาจ ตู่-ป๊อก

การเลือกวางตัวอยู่นอกเกม หรือเป็นคนเบื้องหลัง คอยชักใยในแบบที่เป็น ก็ไม่รู้ว่ากลัวจะถูกเปิดโปงหรือขุดคุ้ยอะไรที่ทำเอาไว้หรือไม่

หลังจบศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ “3 ป.” ก็ต้องเจอศึกในอีกตามเคย ทั้งเรื่องพรรคเล็ก ที่โดน “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย เปิดประเด็นการรับเงิน จนปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความเชื่อมโยงกับ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่

อีกประเด็นที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ คือ 6 ส.ส.สมุทรปราการ ที่ห้าวหาญโหวตสวน “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รมว.มหาดไทย และ “นายสุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน ทำเอาส.ส.พลังประชารัฐหลายคน โวยวาย ส.ส.ก๊วนปากน้ำกันดุเดือด 

ถึงขนาดทิ้งหมัดตรง ถามกันโต้งๆ ว่า มีคนใหญ่กว่าพล.อ.ประวิตรใช่หรือไม่ จะได้รู้ว่าอยู่ยากจะได้ทำตัวถูกว่าจะเอาอย่างไรต่อจากนี้

เอาเข้าจริง ไม่เฉพาะส.ส.พลังประชารัฐเท่านั้น ที่รู้ว่าเบื้องหลัง พล.อ.ประวิตร ยังมีผู้มากบารมีคนหนึ่งที่สามารถกำหนดทิศทางอะไรต่างๆ ได้ ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจตัวจริงอีกคน ที่แฝงกายเกาะเกี่ยวไปกับพี่ใหญ่อย่างสอดประสาน 

เขาคนนี้เคยเป็นอดีตนายตำรวจใหญ่ ยศ พล.ต.อ ชื่อย่อ “” หรือมีชื่อเล่น “

พล.ต.อ.“พ” รายนี้ถือเป็นผู้กว้างขวางในหลายวงการ มีลูกน้องบริวารฝังตัวอยู่ในหลายองค์กรที่มีอำนาจ มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับคนแดนไกล และเครือข่าย แตกต่างจากความสัมพันธ์กับพี่น้อง 2 ป. อย่าง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และ “พล.อ.อนุพงษ์” โดยสิ้นเชิงที่เรียกว่าขบเหลี่ยมเฉือนคมกันกันสุดฤทธิ์

แผนโหวตล้มนายกฯ ในสภาเมื่อศึกซักฟอกสองครั้งก่อน ก็เป็นที่รู้กันดีว่า ผู้มากบารมีรายนี้คอยหนุนหลังมือปฏิบัติการ ด้วยคิดการใหญ่ ถึงขนาดอยากเป็นนายกฯ เองอย่างไรอย่างนั้น

เรื่องนี้คนที่รู้เบื้องหลังดีที่สุด ก็คือคนที่เพิ่งตลบหลัง เปิดแผลพรรคเล็กนั่นเอง ว่าจริงหรือไม่

มาถึงศึกซักฟอกล่าสุด บิ๊ก ป.รายนี้ ก็แสดงอิทธิฤทธิ์อีกครั้ง กับการบัญชาการ 6 ส.ส.ให้โหวตสวน โดยเฉพาะคนเป็น “มท.1” ที่สบช่องเห็นจุดอ่อน 

ฉวยโอกาสส่งท้ายก่อนการเลือกตั้งมาถึง ใช้ความอึดอัดของ ส.ส. ที่มีต่อการทำงานของเจ้ากระทรวงนี้ที่ไม่ดูแลอะไรกันเลย มาเป็นเงื่อนไขในการสร้างแรงกระเพื่อม

เพราะนอกจากเก้าอี้นายกฯ แล้ว ก็มีเก้าอี้มหาดไทย ที่บิ๊กคนนี้หมายตาเช่นเดียวกัน 

การประสานเสียงเชียร์ พล.อ.ประวิตร ให้ควบกระทรวงนี้ ก็อาจเป็นเกมสับขาหลอกหรือไม่ คนที่อยากเป็นจริงๆ อาจ ด้อมๆ มองๆ อยู่ในมุมมืดก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม การเลือกเดินเกมโหวตคว่ำ “มท.1” แบบนี้ ดูจะยิ่งทำให้อะไรๆ เป็นไปได้ยากมากขึ้น โดยเฉพาะการหวังจะให้นายกฯ “ปรับครม.” เปลี่ยนตัว “พล.อ.อนุพงษ์” ที่ถือเป็นการหยามศักดิ์ศรีกันกลางสภา และถือเป็นเรื่องใหญ่ในทางการเมือง 

ที่สำคัญ นับวัน “พล.อ.ประยุทธ์” และ “พล.อ.อนุพงษ์” ยิ่งแนบแน่น พูดอะไรนายกฯ ฟัง จึงแทบจะเป็นการปิดประตูในการเปลี่ยนตัว “มท.1” ก็คงไม่ผิด ไม่เช่นนั้น เท่ากับยอมศัตรูตัวฉกาจ หรือพล.ต.อ. “พ”

จะว่าไปแล้วขุมกำลัง ของ พล.ต.อ. “พ” มีเหลือล้นในการที่จะเปิดหน้าเปิดตัวลงสนามการเมืองอย่างจริงจัง ด้วยคอนเน็กชั่นขั้นเทพ ปัจจัย ทรัพยากร รวมถึงตัวบุคคลในเครือข่าย ก็ดูจะไม่แพ้ใครในนาทีนี้   

แต่การเลือกวางตัวอยู่นอกเกม หรือเป็นคนเบื้องหลัง คอยชักใยในแบบที่เป็น ก็ไม่รู้ว่ากลัวจะถูกเปิดโปงหรือขุดคุ้ยอะไรที่ทำเอาไว้หรือไม่