วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

"ประวิตร" ถก ยกระดับแก้ปัญหา IUU ย้ำ ทำตามกฎหมาย ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล

"ประวิตร" ถก ยกระดับแก้ปัญหา IUU ย้ำ ทำตามกฎหมาย ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล

"ประวิตร" เปิด "ป่ารอยต่อฯ" ถก "คกก.นโยบายประมงฯ" มุ่ง ยกระดับแก้ปัญหา IUU เร่งฟื้นฟูทรัพยากร พิจารณาใบอนุญาต-หลักเกณฑ์ ทำประมง ปี65-66 ย้ำ ต้องทำถูกกฎหมาย ควบคู่การอนุรักษ์

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ผ่านระบบทางไกล ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ เพื่อขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงที่ยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม โดยที่ประชุมรับทราบกำหนดการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐบาลไทย กับคณะกรรมาธิการยุโรปในการต่อต้านการทำประมง IUU ครั้งที่ 6 ที่กรุงเทพฯ ระหว่าง 10 - 14 ต.ค.65 และการเตรียมการจัดทำรายงานความก้าวหน้า ในการต่อต้านการทำประมง IUU ของไทย และรับทราบผลการพิจารณาจัดสรรใบอนุญาตและหลักเกณฑ์การทำประมง ปี 65-66 โดยมีเรือที่ขอรับการจัดสรรจำนวน 9,687 ลำ ได้รับการอนุญาต9,608 ลำ อยู่ในพื้นที่ฝั่งอ่าวไทย 7,703 ลำ และฝั่งอันดามัน 1,905 ลำ ไม่ได้รับอนุญาต 79 ลำจากคุณสมบัติที่ไม่ครบถ้วน 

"ประวิตร" ถก ยกระดับแก้ปัญหา IUU ย้ำ ทำตามกฎหมาย ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล จากนั้นได้ร่วมพิจารณาและให้ความเห็นชอบ โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ เพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน ระยะที่ 2 จำนวน 59 ลำ วงเงิน 287,181,800 บาท และแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายในทะเลสาบสงขลา ปี 66 -70 ที่มีสาระสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชาวประมง ชุมชนและผู้เกี่ยวข้อง ในการจัดการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย รวมทั้งการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรประมงที่เสี่ยงสูญพันธุ์ โดยกำหนด 3 แนวทางประกอบด้วย การฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ประโยชน์ทรัพยากรประมงแบบบูรณาการ และการบริหารจัดการทรัพยากรประมงในทะเลสาปสงขลาอย่างยั่งยืน  

พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับขับเคลื่อนนโยบายการทำประมงที่ยั่งยืน จำเป็นต้องถูกกฎหมายควบคู่กับการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทะเล และการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมกันของผู้มีส่วนได้เสีย โดยกำชับให้กรมประมงและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญกับการบูรณาการทำงานร่วมกันด้วยความเข้าใจ ร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศและภาคประชาชน โดยเฉพาะ การดูแลแรงงานภาคประมงและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมทั้งต้องพิจารณาให้ความสำคัญกับ MMPA และแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม ปี 66-70 ที่จัดทำขึ้นรองรับไปพร้อมกัน  โดยเฉพาะมาตรการรองรับการลดใช้พลาสติกและโฟม ที่ก่อปัญหาขยะทะเล  ซึ่งจะส่งผลอันตรายต่อสัตว์ทะเล และมาตรฐานผลิตภัณฑ์สัตว์ทะเลส่งออก และความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ