background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

“หมอเลี้ยบ”ชี้ช่อง“เพื่อไทย”ใช้สูตรเกาหลีตั้งพรรคพี่-พรรคน้อง

“หมอเลี้ยบ”ชี้ช่อง“เพื่อไทย”ใช้สูตรเกาหลีตั้งพรรคพี่-พรรคน้อง

“หมอเลี้ยบ”ชี้ช่อง“เพื่อไทย”ตั้งพรรคพี่-พรรคน้องแก้เกมหาร 500 ใช้สูตรประเทศเกาหลี แยกเก็บเสียง ส.ส. เขต - ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตีฝ่า ส.ส. พึ่งมี ตั้งรัฐบาล

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ประสานงานกลุ่มแคร์ ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย ถึงกรณีที่รัฐสภามีมติเสียงข้างมาก พรรคเพื่อไทยจะแก้เกมอย่างไรว่า ตนขอพูดในฐานะผู้สังเกตุการณ์ทางการเมือง ซึ่งมองว่ามีทางออกหลายวิธี 1.พรรคเพื่อไทย เดินหน้าต่อไป แข่งขันในระบบเขตและปาตี้ลิสต์ แต่การหาร 500 หากมี ส.ส. เขต มาก จะทำให้ได้ปาตี้ลิสต์น้อย

“การหาร 500 อาจจะเหมือนกับประเทศเยอรมัน แต่ไม่เหมือนเสียทั้งหมด เพราะระบบ MMP จะไม่กำหนดว่าจะต้องมี ส.ส. จำนวนเท่าไร เมื่อถึงเวลาเขาจะคำนวณว่าควรจะได้เท่าก็จะให้เป็นไปตามนั้น หรือที่เรียกว่าโอเวอร์แฮงค์ แต่ระบบของประเทศไทยไม่มีโอเวอร์แฮงค์ แต่ยังมีประเทศเกาหลีใต้ อิตาลี อัลเบเนีย เป็นต้น ที่ใช้ระบบคล้ายคลึงกับประเทศไทย”

“อย่างประเทศเกาหลีใต้ พรรคเดโมแครต ปาร์ตี้ ออฟเกาหลี ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่ เขาจะส่งผู้สมัครระบบเขต แล้วจะมีพรรคเครือข่าย หรือเรียกว่าพรรคพี่ พรรคน้อง ชื่อว่าแพลตฟอร์ม ปาร์ตี้ ส่งสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ ถึงเวลาต่างฝ่ายต่างเดินหน้าสู้ในระบบของตัวเอง เมื่อประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ทั้งสองพรรคนี้ มาจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล”
 

“ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยสามารถจะเลือกได้ โดยพรรคเพื่อไทยจะส่งสู้ในระบบเขต แล้วอาจจะมีพรรคแตกแบงค์พัน โดยส่งสมาชิกไปอีกพรรคหนึ่ง เพื่อเดินหน้าระบบบัญชีรายชื่อ เมื่อได้คะแนนมาก็จะได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อตามจริง เพราะพรรคดังกล่าวไม่ได้คาดหวังกับ ส.ส. เขต อยู่แล้ว”

“เมื่อสองพรรคนำ ส.ส. มารวมกันก็จะได้ ส.ส. จำนวนมาก โดยพรรคการเมืองที่จะทำอย่างนี้ได้ จะต้องมีผู้สมัครที่แข็งแกร่งในพื้นที่ และเป็นพรรคที่มีกระแสพรรคทีดีจนประชาชาชมชอบ”

ผู้ดำเนินรายการถามว่า ตามกฎหมายแล้วสามารถส่งผู้สมัคร ส.ส. ประเภทใดประเภทหนึ่งได้หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบกติกาที่ชัดเจน แต่ถึงแม้จะกำหนดก็สามารถจะทำได้ เช่น พรรคเพื่อไทย จะส่งบัญชีรายชื่อด้วย แต่ก็เลือกส่งคนที่ไม่มีชื่อเสียงมากนัก ส่วนอีกพรรคจะเลือกส่งคนที่มีชื่อเสียงที่สามารถเชื่อมโยงกับกระแสพรรคได้ แต่ระบบเขตเลือกส่งไม่มาก ไม่ส่งทุกเขต ส่งเพียงแค่จำนวนหนึ่งเท่านั้น
 

เมื่อถามว่า หากเลือกพรรคเส้นทางใหม่ ก็จะเลือกส่งคนมีชื่อเสียงไปลงบัญชีรายชื่อ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ใช่ครับ แต่อาจจะยากในแง่การรณรงค์ว่าจะทำอย่างไรให้คนเข้าใจว่าคือพรรคพี่ พรรคน้อง ซึ่งมันไม่ง่ายที่จะทำความเข้าใจ

เมื่อถามว่า ข้อจำกัดดังกล่าวเราสามารถตีฝ่าได้หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนยกตัวอย่างประเทศเกาหลีใต้ เขาสามารถตีฝ่ามาได้แล้ว ฉะนั้นจะทำให้การได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ เป็นกอบเป็นกำ แต่การคำนวณจะยากมาก กกต. ก็จะปวดหัว เพราะการหาร 500

“พรรคที่ 1 สู้ในระบบเขต ได้มา 200 เขต พรรคที่ 2 สู้ในระบบบัญชีรายชื่อ ได้มา 15 ล้านเสียง คิดเป็น 214 ส.ส.พึงมี (ถ้า 70,000 คะแนนได้ ส.ส.พีงมี 1 คน) รวม 2 พรรคเท่ากับ 414 คน แบบนี้จะปวดหัว ซึ่งกกต.อาจจะต้องหาสูตรการคำนวณใหม่”