ผวาแลนด์สไลด์-ต่ออายุ "3 ป." ใบสั่ง "หักลำ" สูตร ส.ส.

ผวาแลนด์สไลด์-ต่ออายุ "3 ป."  ใบสั่ง "หักลำ" สูตร ส.ส.

"ใบสั่ง" จากตึกไทยคู่ฟ้า หักมติกมธ.กลับลำดันสูตรส.ส.หาร500 ไม่ต่างอะไรกับเกมสกัดแลนด์สไลด์ฝ่ายตรงข้าม ซ้ำยังเป็นเกมต่อท่ออำนาจ"3ป."และพรรคพลังประชารัฐในการชิงเกมจัดตั้งรัฐบาลหลังจากนี้

“เกมการเมือง” ร้อนแรงขึ้นมาทันที หลังการเปิดดีลของ “พี่น้อง 2 ป.” ทั้ง ป.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และ “ป.ป้อม” ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) 

ที่ล่าสุด ผนึกเสียงพรรคร่วมรัฐบาล “หักมติ กมธ.” พิจารณากฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ที่ก่อนหน้านี้ กมธ.สรุปใช้สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ ส.ส.หาร 100 โดยต้องการเปลี่ยนมาใช้สูตร ส.ส.หาร 500 ตามข้อเสนอพรรคเล็ก

ความพยายามในการโยนหิน ของ"พรรคปัดเศษ" รู้ดีถึง "สมการการเมือง” หากการเลือกตั้งรอบหน้าเปลี่ยนไปใช้สูตร ส.ส.หาร 100 ชะตากรรมของพรรคเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลัง รอวันสูญพันธุ์ 

ตอกย้ำชัดจากการเคลื่อนไหวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา “ตัวแทนกลุ่มพรรคเล็ก” ได้รวมตัวกันเข้าพบ พล.อ.ประวิตร เพื่อนำเสนอแนวคิดการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยการหาร 500 

ในยามนั้น “บิ๊กป้อม” ไม่ได้ปฏิเสธแต่เลือกที่จะโยนเผือกไปที่วิปฯ และพรรคร่วมรัฐบาลในการจะพิจารณาตัดสินใจ

 

ทว่า คล้อยหลังเพียงไม่กี่วัน สถานการณ์ซีกรัฐบาลก็เริ่มแปลเปลี่ยนไป จากเดิมที่แสดงขึงขังยืนยัน “สูตร ส.ส.หาร100” โดยยกกติกาบัตร 2 ใบตามรัฐธรรมนูญที่เขียนรองรับสูตรดังกล่าว 

ท่าที ส.ส.กลับแปรเปลี่ยน “ค่ายสีฟ้า” โดยเฉพาะ “สาธิต ปิตุเตชะ”  แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ก่อนหน้านี้ขึงขัง สูตรส.ส.หาร100 ตามที่ กมธ.มีมติ 

แต่อีกด้านยังมีการเดินเกมของ “ก๊วนเสี่ยต่อ”เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ที่พยายามพลิกเกมเพื่อดันโมเดลหาร 500  

โดยมองไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ที่อาจเป็นผลดีกับ “ประชาธิปัตย์” มากกว่าเสีย

สอดรับกับท่าที “อัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์”  ส.ส.ราชบุรี กมธ.เสียงข้างน้อย ที่สนับสนุนสุดลิ่ม การดันสูตร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ใช้ 500 หารไม่ต่างจาก ส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่แอบดันเรื่องนี้แบบลับๆ 

ไม่ต่างจาก“บิ๊กรัฐบาล” ทั้ง “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ ที่ระบุว่า “สูตรส.ส.หาร500เป็นสูตรที่ประหลาด” หรือแม้แต่ตัว “บิ๊กป้อม” ที่ก่อนหน้าสวมบทลอยตัว ปล่อยให้เป็นเรื่องพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาล 

แต่ลึกๆ แล้ว “บิ๊กป้อม” ย่อมรู้ดีถึง“สมการการเมือง” ที่จะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะด้วยกติกาที่ออกแบบมาบวกกระแสขั้วรัฐบาล โดยเฉพาะพลังประชารัฐที่ “เสี่ยงสูง” ที่จะถูกลดขนาดกลายเป็นพรรคขนาดกลาง กลับกันจะเป็นเกมที่จะไปเข้าทางคู่แข่งอย่าง“พรรคเพื่อไทย” ในการกวาดแต้มแลนด์สไลด์ ตามที่ประกาศศักดาไว้ก่อนหน้านี้  

หาก“ประวิตร” ยังขืนสูตรคำนวณ ส.ส.หาร 100 ก็ไม่ต่างอะไรกับการซ้ำเติมเกมที่ “เป็นรอง” ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น และยิ่งจะเสียแนวร่วมคือ พรรคขนาดกลาง-พรรคเล็ก ที่จะเป็นอีกหนึ่งขุมกำลังที่จะสนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์” รวมถึงพรรคพลังประชารัฐในการเป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาลหลังจากนี้อีกด้วย

ฉะนั้น ด้วยกลเกมที่เกิดขึ้น แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลยอมรับเองว่า ยอมกลืนเลือดเพราะมี “ใบสั่ง”  จากผู้ใหญ่ในรัฐบาล 

เป็นเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการวางหมากหวัง “เพื่อต่ออายุ” พรรคพลังประชารัฐ  และ “พี่น้อง 3 ป.” ซ้ำยังเป็นการสกัดแผนแลนด์สไลด์ พรรคเพื่อไทย ที่อาจทำให้บรรดา “บิ๊กรัฐบาล” ต้องหวาดผวา 

ขณะที่เพื่อไทยเอง ยามนี้อาจต้องเสียจังหวะ เพราะหากเจอสูตรนี้เข้าไปสถานการณ์ในค่ายเพื่อไทยอาจซ้ำรอยการเลือกตั้งปี2562 ที่มีคะแนนเกินคะแนนพึงมี จน "ไร้ที่นั่ง" ปาร์ตี้ลิสต์ในสภา

ยามนี้ค่ายเพื่อไทยอาจต้องเร่งปรับแผนแบบเร่งด่วน จากเดิม “ส่งทุกเขต-เก็บทุกแต้ม” อาจต้องปัดฝุ่น “แผนแตกแบงก์พัน” กลับมาใช้อีกครั้ง

ยิ่งใกล้เลือกตั้งมากเท่าไร กลเกมการเมืองยิ่งทวีความร้อนแรงมากขึ้น เพราะตราบใดที่ยังไม่รู้ผลแพ้-ชนะ บรรดาพรรคการเมืองจึงต้องงัดสารพัดกลเม็ดออกมาสู้กันอย่างดุเดือด!!