“มาดามเดียร์” อภิปรายงบ จี้รัฐทบทวนจัดงบผลักดัน "ซอฟต์พาวเวอร์" พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย หลังพบตัวเลขไม่เหมาะสม
น.ส.วทันยา บุนนาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายร่างงบปร 66 ว่า หลังวิกฤตโควิดทำให้พฤติกรรมของประชาชนเปลี่ยนไป จะได้ยินภาครัฐและเอกชนพูดอยู่บ่อยครั้งจนฮิตติดปากคือ ยุทธศาสตร์ซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft Power) เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ซึ่งจากการศึกษารายละเอียดงบประมาณของภาครัฐปี 66 ขอตั้งข้อสังเกตว่าการทำงานเรื่องซอฟต์ พาวเวอร์ของภาครัฐ มีลักษณะต่างกระทรวงต่างทำเป็นการใช้งบแบบกระจัดกระจาย และพื้นฐานงบประมาณส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้แบบการจัดกิจกรรมหรืออีเว้นท์ ไม่ใช่โครงการต่อเนื่องระยะยาว ไม่มีแผนงานที่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร อยากให้ภาครัฐพิจารณาทบทวนการใช้งบประมาณสร้างเศรษฐกิจด้วยซอฟต์พาวเวอร์ตามปณิธานของรัฐบาลให้สำเร็จด้วย 3 ประเด็น
1.การทำความเข้าใจเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ ให้ถูกต้องตรงกัน เพราะหากเข้าใจคลาดเคลื่อน ผลกระทบจากการทำแผนนโยบายรวมถึงกำหนดยุทธศาสตร์คลาดเคลื่อนตามไปด้วย โดยอาวุธสำคัญที่จะผลักดันซอฟต์ พาวเวอร์ของไทย คือการพัฒนาอุตสาหกรรมสื่อศิลปะและบันเทิง โดยยกตัวอย่าง กระแสน้องร้องหญิงมิลลิ ที่ทานข้าวเหนียวมะม่วง บนเวที Coachella ซึ่งเกษตรกรที่ปลูกมะม่วง หรือร้านขายข้าวเหนียว ได้อานิสงฆ์ไปเต็มๆ
2.การกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ชัดเจน เพื่อโฟกัสการทำงานและจัดทำแผนระยะยาวเพื่อไปสู่เป้าหมาย เราประกาศวิสัยทัศน์แต่ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน โดยหน่วยงานที่ใกล้เคียงมากที่สุดคือกระทรวงวัฒนธรรม แต่เมื่อพิจารณาจากงบประมาณของกระทรวงฯแล้วเกิดคำถามว่าจะผลักดันให้เกิดซอฟต์ พาวเวอร์ได้อย่างไร
3.การสนับสนุนเงินทุนที่จะพัฒนาสร้างเอกชนให้เกิดความเข้มแข็งเพื่อนำเงินทุนไปพัฒนาผลงานคุณภาพและบุคคลากรเพื่อเสริมสร้างอุตสาหกรรมเติบโตแข่งขันทันกับต่างชาติได้ แต่งบกระทรวงวัฒนธรรม จะเห็นว่ากว่า 90 % ถูกนำไปใช้เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม ศิลปะเดิมของประเทศ แต่งบที่จะพัฒนาต่อยอดอนาคตกลับน้อยมาก มีเพียงโครงการเดียวที่เกี่ยวข้องซอฟต์พาวเวอร์มากที่สุด คือ การส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ด้วยงบจำนวน 40 ล้านบาทกับภารกิจอันใหญ่หลวงซอฟต์ พาวเวอร์ คงไม่ต้องพูดถึงความเหมาะสมว่างบเท่านี้จะทำให้ภารกิจสำเร็จได้หรือไม่
ทั้งนี้เข้าใจว่ารัฐบาลมีภาระต้องเยียวยาประชาชนจากวิกฤตโควิด การใช้งบประมาณจึงต้องรอบคอบ แต่เรายังมีเงินกองทุนนอกงบประมาณอีกจำนวนมากและเพียงพอที่จะพัฒนาซอฟต์ พาวเวอร์ได้ ร
วมทั้งงบประมาณที่ขอเข้าไปยังกองทุนถูกนำไปใช้แบบกระจัดกระจาย ไม่สามารถเห็นผลลัพธ์การทำงานจากการสนับสนุนแบบเป็นรูปธรรมได้ ไม่ต่างกับการตำนำพริกละลายแม่น้ำ หากนำเงินกองทุนต่างๆหรือ งบอีเว้นท์ของกระทรวงมารวมกันจะมีงบประมาณมากพอปักหลักยุทธศาตร์เพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ ให้สำเร็จได้





