“สกลธี”อ้อนคนกรุงฟังปราศรัยใหญ่13พ.ค.-แย้มมีเซอร์ไพรส์คนสำคัญขึ้นเวที

“สกลธี”อ้อนคนกรุงฟังปราศรัยใหญ่13พ.ค.-แย้มมีเซอร์ไพรส์คนสำคัญขึ้นเวที

“สกลธี”ไม่หวั่นถูกขั้วการเมืองเดียวกันตัดคะแนนเลือกผู้ว่าฯกทม. มั่นใจความเป็นประชาธิปัตย์มีมากกว่าบางคน เรียกคะแนนแฟนพันธุ์แท้ได้ ปลื้มพลัง “กปปส.” หนุนตลอดช่วงหาเสียง อ้อนคนกทม.ฟังปราศรัยใหญ่13พ.ค.นี้ แย้มมีคนสำคัญขึ้นเวทีเซอร์ไพรส์

นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 3 แบบอิสระ กล่าวถึงบรรยากาศทางการเมือง ในระหว่างการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ในครั้งนี้ว่า เรื่องของแนวความคิดทางการเมืองที่แยกเป็น 2 ขั้ว ยังคงมีอยู่ แต่บรรยากาศอาจจะแตกต่างออกไป เพราะในอดีตอาจจะมีตัวแทนแค่ขั้วฝ่ายละคน แต่ครั้งนี้ อาจจะมีฝ่ายละ 3 - 4 คนในแต่ละขั้ว ซึ่งคะแนนจะตัดกันเองอยู่พอสมควร 

นายสกลธี กล่าวต่อว่า สำหรับตนมีข้อได้เปรียบ 2 อย่างก็คือ 1.ตนเคยอยู่ประชาธิปัตย์มา 10 กว่าปี ซึ่งหลายๆ คนก็จะรู้ว่าตนมีความเป็นประชาธิปัตย์ ซึ่งมีมากกว่าบางคนเสียอีก 2.คือในเรื่องของเพื่อนพี่น้องร่วมอุดมการณ์ที่ตนเคยไปร่วมกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งทุกวันนี้เวลาตนไปลงพื้นที่เดินหาเสียงยังได้พบเจอกับพี่น้องร่วมอุดมการณ์ที่เคยร่วมกิจกรรมด้วยกันมา โดยมีจำนวนมากที่หลายคนเข้ามาทักทายตน และทุกคนยังจดจำถึงภาพในวันนั้นได้ แม้จะผ่านมา 7 - 8 ปี
 

สำหรับการปราศรัยใหญ่ของตนนั้น จะจัดขึ้น 2 ครั้ง คือในวันศุกร์ที่ 13 พ.ค. ที่จะถึงนี้ ณ ลานคนเมือง และอีกครั้งในวันที่ 20 พ.ค. ที่วงเวียนใหญ่  โดยเฉพาะงานปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ค.) จะเปิดตัวทีมงานของตนทั้งหมด ที่จะเข้ามาช่วยในการบริหาร กทม. แม้จะยังไม่ได้จัดวางตัวตามตำแหน่งต่างๆ อย่างชัดเจน 
 

“เนื่องจากต้องดูเรื่องการสำนักต่างๆ ของกทม.ก่อน แต่ตนมั่นใจว่า ทีมเพื่อนธีนี้จะเป็นทีมที่มีความเชี่ยวชาญและสามารถที่จะเข้ามาช่วยตนในการทำงานได้ ผมมั่นใจว่าทุกคนมีความตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานเพื่อพี่น้องชาว กทม. และกรุงเทพฯ ของเรา” นายสกลธี กล่าว

นายสกลธี กล่าวต่อว่า ที่สำคัญในงานปราศรัยใหญ่ครั้งแรกนี้ ยังมีแขกคนสำคัญอีก 2 - 3 ท่าน ซึ่งเป็นผู้ที่เคยร่วมสนับสนุนผมจะมาขึ้นเวทีปราศรัย เป็นแขกเซอร์ไพรส์ จึงอยากเชิญชวน ชาวกรุงเทพฯ มารับฟังนโยบายเพิ่มเติม และนับทราบรายละเอียดของทีมงานเพื่อนธี รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นเกี่ยวกับการหาเสียงของผม โดยการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกจัดขึ้น ณ ลานคนเมืองในวันศุกร์ที่ 13 พ.ค. นี้ตั้งแต่เวลา 18.00 - 20.00 น.