วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569

Login
Login

"พิเชษฐ" ไม่สน "สันติ" เสนอ "กก.บห.พปชร." ลงโทษออกจากพรรค

"พิเชษฐ" ไม่สน "สันติ" เสนอ "กก.บห.พปชร." ลงโทษออกจากพรรค

"พิเชษฐ" พร้อมแตกหัก "สันติ" ไม่สน จะถูกลงโทษ ขับพ้นพรรค ชี้ข้อบังคับพรรคไม่ห้ามกินข้าวกับฝ่ายค้าน มั่นใจ "ประวิตร" เข้าใจว่ารักษาผลประโยชน์ประเทศ

          นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะหัวหน้ากลุ่ม16 กล่าวถึงกรณีกรมธนารักษ์เลื่อนลงนามสัญญากับบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ในการดำเนินโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (อีอีวี) ว่า ต้องตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ตนมองว่ากรมธนารักษ์ควรทบทวนโดยเฉพาะการประมูลว่าถูกต้องหรือไม่ หากอนาคตจะเปิดประมูลใหม่ต้องเรียกบริษัทใหญ่ทุกแห่งเข้าร่วมประกวดราคา อย่างไรก็ดีตนไม่ได้หมายความว่าต้องการให้บริษัทอิสท์วอเตอร์เป็นผู้ชนะ 

 

           "หลังจากกรมธนารักษ์ทบทวนการดำเนินการแล้ว หากยังจะเซ็นสัญญาโครงการกับบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง ผมพร้อมโหวตสวน ไม่ไว้วางใจนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่รับผิดชอบโครงการดังกล่าว เพราะการประชุมคณะกรรมการที่ราชพัสดุที่มีมติรับรองบริษัท วงษ์สยามก่อสร้างชนะการประมูลนั้น มีกรรมการเข้าร่วมประชุมแค่ 9คน จากทั้งหมด12คน โครงการเป็นหมื่นล้านแต่ลงมติ 9คน ไม่มีตัวแทนกระทรวงมหาดไทย การประปาส่วนภูมิภาค และลงมติเห็นชอบแค่ 6คน แม้นายสันติจะยืนยันบริษัท อิสท์วอเตอร์ ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ เป็นแค่บริษัทเอกชน แต่ตนเห็นว่า บริษัท อิสท์วอเตอร์ เป็นกึ่งรัฐวิสาหกิจ กปภ.ถือหุ้น 40% มีการนิคมอุตสาหกรรมถือหุ้นร่วมด้วย มีความเชื่อมโยงหน่วยงานรัฐ มีความชำนาญมากกว่า แม้จะให้ผลประโยชน์รัฐน้อยกว่า แต่ดูแลระบบส่งน้ำภาคตะวันออกมา 29ปี ไม่ควรทุบหม้อข้าวกปภ. แต่บริษัท วงษ์สยามก่อสร้างเพิ่งเข้ามา ไม่มีประสบการณ์" นายพิเชษฐ​ กล่าว

 

 

        นายพิเชษฐ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสันติ ฐานะผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ จะเสนอให้กรรมการบริหารพรรคลงโทษตนเอง ว่า "ผมยินดี หากมติพรรคจะลงโทษผมไม่ขัดข้อง ผมพร้อมไปอยู่พรรคเล็ก แต่ตามข้อบังคับพรรคห้ามไปกินข้าวกับฝ่ายค้านหรือไม่ หากผมจะถูกลงโทษคงเป็นข้อหาขัดผลประโยชน์ของใครบางคน"

 

 

           นายพิเชษฐ กล่าวด้วยว่าส่วนตัวเชื่อมั่นพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นคนมีเหตุผล เข้าใจที่ตนปกป้องผลประโยชน์ประเทศ  ทั้งนี้ตนขอฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ด้วยว่า การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโครงการระบบท่อส่งน้ำภาคตวะวันออก โดยให้กระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพนั้น ไม่เกิดประโยชน์ เพราะข้าราชการไม่กล้าเอาผิดรัฐมนตรี ดังนั้นควรให้หน่วยงานอื่นที่มีความเป็นอิสระมาตรวจสอบ เช่น สถาบันพระปกเกล้า เป็นผู้รับผิดชอบ เพราะไม่สามารถใช้อิทธิพลการเมืองมาสั่งได้

 

            "ผมเชื่อว่าการชะลอเซ็นสัญญาโครงการดังกล่าว เป็นแค่การถอดชนวนลดแรงกดดันทางการเมืองชั่วคราว จะยังไม่เซ็นสัญญาโครงการจนกว่าจะผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีไปก่อน" นายพิเชษฐ กล่าว

        เมื่อถามถึงการนัดรับประทานอาหารกับฝ่ายค้าน ในวันนี้ (4 พฤษภาคม)  นายพิเชษฐ กล่าวว่า ต้องเลื่อนออกไป เพราะกรมธนารักษ์เลื่อนลงนามสัญญาไปแล้ว  แต่ตนยืนยันจะนัดวันเวลากินข้าวกับนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อีกครั้ง