"สมชัย" จ่อยื่น กกต. สอบ "ใบส้ม-คลิปเสียงแรมโบ้" พรุ่งนี้

"สมชัย" จ่อยื่น กกต. สอบ "ใบส้ม-คลิปเสียงแรมโบ้" พรุ่งนี้

"สมชัย" เตรียมยื่น กกต. พรุ่งนี้ สอบปมให้ใบส้ม "สุรพล" - คลิปเสียงแรมโบ้ ชี้ เข้าข่ายผิดมาตรฐานจริยธรรม-รายงานค่าใช่จ่ายเท็จ-ใช้เงินซื้อเสียง 

           นายสมชัย ศรีสุทธิยากร  ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรยมไทย เปิดเผยว่า วันที่ 29 เมษายน ตนจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้พิจารณา 2 เรื่อง คือ 

 

            1.ขอให้ตอบข้อซักถาม กรณีให้ใบส้มนายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคเพื่อไทย ซึ่งจากคำพิพากษาของศาลพบว่า กกต. มีการลงมติเอกฉันท์ 6 ต่อ 0 ซึ่งความจริงแล้ว กกต. มีทั้งหมด 7 คน แสดงว่ามี 1 คนที่ไม่ได้ร่วมประชุมในการลงมติครั้งนั้น แต่เมื่อไปดูรายงานการประชุมพบว่า เมื่อเปิดการประชุมวันที่ 27 เม.ย. 2562 มี กกต. เข้าประชุมครบทั้ง 7 คน หลังจากนั้นพอถึงวาระที่ 5.1 เป็นต้นไป ซึ่งวาระให้ใบส้มคือวาระที่ 5.4 ปรากฏว่ามี กกต.คนหนึ่งได้เดินออกจากที่ประชุม โดยเขียนสั้นๆ ว่าติดภารกิจ ประเด็นดังกล่าวตนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะกกต.เวลาประชุมตัดสินเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องคดีทุจริตการเลือกตั้ง การวินิจฉัยให้ใบเหลือง ใบแดง ใบส้ม จำเป็นจะต้องมี กกต.อยู่ในที่ประชุม 

 

            นายสมชัย กล่าวต่อว่า แม้ในแง่ข้อกำหนดจะระบุว่าองค์ประชุม 5 คนขึ้นไปก็ประชุมได้ก็ตาม แต่ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย กกต. มาตรา 28 ระบุไว้ว่า กรรมการทุกคนจะต้องเข้าประชุม และถ้าหากมีการขาดการประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมโดยไม่มีเหตุผลสมควร ถือว่าผิดมาตรฐานทางจริยธรรม ดังนั้น ตนจึงอยากให้ กกต. ยืนยันว่ามี กกต.หนึ่งคนเดินออกจากที่ประชุมในวันนั้นหรือไม่ และชื่ออะไร ซึ่งความจริงตนทราบชื่อแล้ว รวมถึงเหตุผลที่ออกจากที่ประชุมคืออะไร และกกต.ได้พิจารณาแล้วหรือไม่ว่าเป็นเหตุผลอันสมควร ซึ่งคำตอบที่ได้จาก กกต. ก็จะมาใช้ประกอบในการพิจารณาว่าสมควรที่จะเดินหน้ายื่น ป.ป.ช. เรื่องความผิดทางมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่

"สมชัย" จ่อยื่น กกต. สอบ "ใบส้ม-คลิปเสียงแรมโบ้" พรุ่งนี้

            นายสมชัย  กล่าวด้วยว่า และ 2.กรณีคลิปสนทนาของนายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานอนุกรรมการแก้ปัญหาการขายสลากแพง ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีการยืมเงิน 15 ล้านบาท และใช้จ่ายเงินในการเลือกตั้ง 100 ล้านบาท อีกทั้งมีการพูดเชิงสนับสนุนจากนางจุรีพร สินธุไพร ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ จึงอยากให้ กกต.ได้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ซึ่งการพูดดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิด 3 กรณี คือ

 

           1. การใช้จ่ายเงินเกินกว่า 1.5 ล้านบาทตามกรอบของกฎหมายกำหนดหรือไม่ เมื่อวานนี้คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้เรียก กกต.มาชี้แจง มีการสอบถามว่านายเสกสกลได้รายงานค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเป็นเงินเท่าไหร่ ได้รับคำตอบว่า 8 แสนกว่าบาท ซึ่งถ้ามีการใช้เงินเป็นร้อยล้านบาท หมายความว่าใช้จ่ายเกินกฎหมายกำหนด

          2. การรายงานค่าใช้จ่ายเป็นเท็จ

 

          และ 3. จะมีแนวโน้มทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 73 (1) เรื่องการใช้เงินซื้อเสียงหรือไม่