background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

เปิดผลพิจารณา "กก.สรรหาตุลาการศาลรธน." อุ้ม "ประธานศาลรธน." อยู่ต่อ

เปิดผลพิจารณา "กก.สรรหาตุลาการศาลรธน." อุ้ม "ประธานศาลรธน." อยู่ต่อ

เปิดผลพิจารณา กรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ "วรวิทย์" ปฏิบัติหน้าที่ต่อ พบคำร้องยื่นให้พิจารณาการขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา 202(1) หรือไม่ ย้ำ พ.ร.ป. มาตรา 79 -คำสั่ง คสช. เขียนชัดให้ทำหน้าที่ต่อ

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อกรณีการดำรงตำแหน่งของนายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ  และมีมติเอกฉันท์ให้ดำรงตำแหน่งต่อไปนั้น

 

              ล่าสุด แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา เปิดเผยว่า ที่ประชุมท่ีมีประธานศาลฏีกา ได้พิจารณาคำร้องดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 เมษายน ในช่วงเช้าและใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยได้พิจารณา 2 ประเด็น คือ 1. คณะกรรมการสรรหามีอำนาจที่จะรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่ โดยมติ 3 ต่อ 2 เห็นว่าควรรับไว้พิจารณา เนื่องจากคำร้องที่ส่งมานั้นระบุให้คณะกรรมการสรรหา พิจารณาว่า นายวรวิทย์นั้นมีลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 202 (1) กรณีเป็นหรือเคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระใด หรือไม่ แม้ในกรณีที่เป็นประเด็นต้องให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณา คือ เรื่องของอายุที่ ประธานศาลรัฐธรรมนูญมีอายุ เกิน 70 ปี เมื่อ 1 มีนาคม 2565 แต่คนที่ยื่นคำร้องไม่ได้เขียนเนื้อหาดังกล่าว เพราะเข้าใจว่าตามอำนาจของคณะกรรมการสรรหาฯ มีกรอบให้ทำงาน คือ 1.พิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามและ2.การลาออก  อย่างไร

              แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ประเด็นที่2 ว่าด้วยการพิจารณาตามคำร้อง ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาบนตัวบทกฎหมายที่สำคัญ คือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 202 (1) ว่าด้วยกรณีเป็นหรือเคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระใด หรือไม่ มติเสียงเอกฉันท์ 5 เสียงเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งได้ต่อ เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 79 กำหนดว่า ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งดำรงตำแหน่งยังไม่ครบวาระตามรัฐธรรมนูญ 2550 และดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 บังคับใช้ คือ 2 มีนาคม 2561  ให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปจนจะครบวาระตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 

 

              แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 79 ให้ความคุ้มครอง นายวรวิทย์ ฐานประธานศาลรัฐธรรมนูญจึงอยู่ในวาระได้ต่อไป อย่างไรก็ดีประเด็นที่นายวรวิทย์ มาตามรัฐธรรมนูญ 2550 และปฏิบัติหน้าที่ต่อมาถึงการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ เป็น ฉบับปี 2560 แม้รายละเอียดของรัฐธรรมนูญจะมีความลักลั่น คือ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 กำหนดให้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระดำรงตำแหน่ง 9 ปี และกำหนดอายุครบ 70 ปี  ส่วนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ให้มีวาระดำรงตำแหน่ง 7 ปี หรืออายุครบ 75 ปี สำหรับการพ้นตำแหน่งขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ใดจะถึงก่อน

              “ตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญของนายวรวิทย์นั้น เป็นการดำรงตำแหน่งต่อเนื่อง และรัฐธรรมนูญให้คความคุ้มครอง ขณะเดียวกันมาตรา 79 ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 วรรคสอง ระบุถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 24/2560 ลงวันที่ 20 เมษายน 2560 ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติหน้าที่ก่อนพ.ร.ป.ฉบับนี้ใช้บังคับให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อ จึงถือว่าเป็นการทำหน้าที่ที่ต่อเนื่อง จึงไม่ถือว่าไม่ขัดคุณสมบัติตาม มาตรา 202(1) ที่กำหนดข้อห้ามว่าเป็นหรือเคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระใด” แหล่งข่าวกล่าว

 

              แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่าสำหรับผลการพิจารณานั้นที่ประชุมได้นำคำร้องของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และคำชี้แจงของนายวรวิทย์ร่วมพิจารณาด้วย โดยได้พิจารณาเนื้อหาและรายละเอียดอย่างรอบคอบ สำหรับมติที่ออกมานั้นยังเป็นผลเบื้องต้น เพราะในวันที่ 29 เมษายน คณะกรรมการจะพิจารณารายงานการประชุมอีกครั้ง เพื่อให้เป็นผลทางการ และแจ้งไปยังสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญต่อไป