ท่ามกลางมรสุมความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และวิกฤติสิ่งแวดล้อมที่บีบให้ทั่วโลกต้องปรับเปลี่ยนมาตรการการค้า ประเทศไทยกำลังเดินมาถึง “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ครั้งสำคัญที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเครื่องมือหรือนโยบายแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป
สภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันกำลังถูกท้าทายอย่างหนักจากโครงสร้างประชากรที่ก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนวัยแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นความเสี่ยงเชิงซ้อนต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ความท้าทายดังกล่าวกำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า เครื่องยนต์เศรษฐกิจแบบเดิมที่เคยพึ่งพาแรงงานราคาถูก และการเป็นเพียงฐานรับจ้างผลิต ไม่เพียงพอที่จะพาไทยให้รอดพ้นจาก “กับดักรายได้ปานกลาง” ได้อย่างยั่งยืน เมื่อหันไปมองโมเดลของค่ายเทคโนโลยีระดับโลกที่ทุ่มงบประมาณการวิจัยและพัฒนา (R&D) ต่อปีสูงกว่างบ R&D ทั้งหมดของประเทศไทยรวมกัน ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและศักยภาพของประชากรคือโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข หากไทยยังหยุดอยู่กับที่ เราจะถูกลดทอนบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลกจนกลายเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตไปโดยตลอด
ปรากฏการณ์การผนึกกำลังของ 5 กระทรวงหลัก ภายใต้ยุทธศาสตร์ “ทุนมนุษย์เวอร์ชันใหม่ (THAILAND²)” จึงถือเป็นวาระแห่งชาติและจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินข้ามสายงานอย่างไม่เคยมีมาก่อน หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์นี้คือการเปลี่ยนผ่านประเทศจากการมองมนุษย์เป็นเพียง “ต้นทุนการผลิต” ไปสู่การมอง ‘ทุนมนุษย์’ (Human Capital) เป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้ใหม่ ผ่านการวางรากฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Support) และการเร่งยกระดับทักษะ (Upskill & Reskill) แรงงานไทยทุกช่วงวัยให้พร้อมรับมือกับตลาดงานยุคใหม่
ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างครั้งนี้ยังมุ่งพลิกบทบาทของมหาวิทยาลัยไทยจากการพึ่งพาค่าเล่าเรียน ไปสู่การสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ (Commercialization) จากนวัตกรรมและ R&D พร้อมเปิดรับโมเดลการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อทะลวงข้อจำกัดด้านงบประมาณ การปรับเปลี่ยนระบบนิเวศนี้จะเป็นฐานรากสำคัญในการขับเคลื่อน 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engines) ทั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เศรษฐกิจสุขภาพ เศรษฐกิจอวกาศ และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อยกระดับให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมในระดับภูมิภาค
เราเห็นว่าการบูรณาการพลังระหว่างภาครัฐและเครือข่ายผู้นำภาคธุรกิจชั้นนำของประเทศภายใต้ "คณะอนุกรรมการการพัฒนาทุนมนุษย์ ด้านการวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ กรอ." ขับเคลื่อนประเทศในครั้งนี้ หากทำได้จริง จะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับประเทศไทย เพราะไม่ใช่เพียงแค่นโยบายการสร้างความพร้อมระยะสั้น หากแต่เป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างความยืดหยุ่นและขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลอของประเทศอย่างแท้จริง เพราะในโลกยุคใหม่ที่ความเร็วของเทคโนโลยีคือปัจจัยชี้ขาด ความแข็งแกร่งของ “คน” และ “องค์ความรู้” จะเป็นฟันเฟืองที่ทรงพลังในการยกระดับและขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงได้อย่างมั่นคง


