วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

Transition Bond และ Amber Bond ตราสารหนี้ประเภทใหม่ในอีกไม่ช้า

ก.ล.ต. กำลังปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกและเสนอขายตราสารหนี้ประเภทใหม่ 2 ประเภท คือ “Transition Bond” และ “Thailand Amber Bond” ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้

KEY POINTS

  • ก.ล.ต. กำลังปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกและเสนอขายตราสารหนี้ประเภทใหม่ 2 ประเภท คือ “Transition Bond” และ “Thailand Amber Bond” ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้
  • ตราสารหนี้ทั้งสองประเภทเป็นเครื่องมือ “การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน” (transition finance) ที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจระดมทุนเพื่อปรับเปลี่ยนกิจกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงไปสู่กิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
  • Transition Bond จะใช้เงินลงทุนในโครงการที่สอดคล้องกับแผนการเปลี่ยนผ่านขององค์กร โดยอ้างอิงมาตรฐานระดับสากล เช่น Climate Transition Bond Guidelines ของ ICMA
  • Thailand Amber Bond จะใช้เงินลงทุนในโครงการที่จัดเป็น “กิจกรรมสีเหลือง” (amber) ตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy ซึ่งเป็นเกณฑ์จำแนกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทย
  • ในช่วงแรก กองทุน Thai ESG จะลงทุนในตราสารหนี้ 2 ประเภทนี้ได้ไม่เกิน 20% ของ NAV ในขณะที่กองทุนรวมเพื่อการลงทุนอย่างยั่งยืน (SRI Fund) โดยเฉพาะประเภท SRI Improver จะสามารถลงทุนเป็นสัดส่วนหลักของพอร์ตได้

เมื่อช่วงก่อนวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ หลายท่านน่าจะได้เห็นข่าวการปรับปรุงหลักเกณฑ์ “การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (transition finance)” เพื่อรองรับ Transition Bond และ Thailand Amber Bond กันไปบ้างแล้วนะครับ และในงาน ก.ล.ต. พบสื่อมวลชน มีคำถามว่า “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)” สามารถลงทุนในตราสารหนี้ทั้ง 2 ประเภทนี้ได้หรือไม่ ซึ่งผมอาจจะตอบโดยสรุปไปสักหน่อย จึงขอใช้พื้นที่นี้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้สนใจเข้าใจหลักเกณฑ์ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ

ต้องบอกก่อนว่า ในปัจจุบันหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. ยังไม่รองรับการออกและเสนอขายตราสารหนี้ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้เงินเพื่อการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่าน (transition) ทั้ง Transition Bond และ Thailand Amber Bond ก.ล.ต. จึงเสนอให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากล โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 11 พ.ค. นี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกหลักเกณฑ์และมีผลใช้บังคับภายในไตรมาส 3 ปีนี้ครับ

หลังจากมีหลักเกณฑ์ออกมารองรับและมีการเสนอขายแล้ว กองทุน Thai ESG รวมถึงกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thai ESGX) จะสามารถลงทุนตราสารหนี้ทั้ง 2 ประเภทได้ครับ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเริ่มต้น ตราสารหนี้ทั้ง 2 ประเภทนี้ ยังไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็น “Eligible Assets” ของกองทุน Thai ESG และ Thai EGX ดังนั้น จึงสามารถลงทุนใน Transition Bond และ Thailand Amber Bond ได้ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกิน 20% ของ NAV 

ก.ล.ต. อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการทบทวนหลักเกณฑ์การลงทุนของกองทุน Thai ESG รวมถึง Thai ESGX ให้ครอบคลุมตราสารหนี้ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้เงินเพื่อการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งหากมีความคืบหน้า ผมจะนำมาเล่าให้ฟังกันอีกครั้งครับ

ปัจจุบัน หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินไทยที่สามารถนับเป็น Eligible Assets ซึ่งกองทุน Thai ESG รวมถึง Thai ESGX สามารถลงทุนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ประกอบด้วย 4 กลุ่ม ได้แก่ (1) หุ้นกลุ่มความยั่งยืนใน SET หรือ mai (2) Investment Token กลุ่มความยั่งยืน (3) Infrastructure Fund และ REIT ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืน (ESG) และ (4) ตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย ตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) และตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-linked Bond) 

ในขณะที่กองทุน Thai ESG ยังมีข้อจำกัดด้านสัดส่วนการลงทุน มีกองทุนรวมอีกประเภทที่เรียกว่า “กองทุนรวมเพื่อการลงทุนอย่างยั่งยืน (SRI Fund)” ที่สามารถลงทุนตราสารหนี้ 2 ประเภทนี้เป็นสัดส่วนหลักของพอร์ต (โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV) ได้ เนื่องจากกองทุนประเภทนี้มีวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนที่ยืดหยุ่นกว่า โดยที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จะต้องเปิดเผยข้อมูลในโครงการจัดการกองทุนรวมและหนังสือชี้ชวนเกี่ยวกับรายละเอียดการบริหารจัดการกองทุนรวมโดยมุ่งความยั่งยืนตามหลักสากล รวมถึงมีการใช้ตราสัญลักษณ์เกี่ยวกับการลงทุนเพื่อความยั่งยืนในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (factsheet) ด้วย

ก.ล.ต. ได้จัดประเภทกองทุนรวม SRI โดยใช้แนวคิด “ฉลากความยั่งยืน” (SRI label) เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าใจจุดประสงค์ด้านยั่งยืนของกองทุนได้อย่างชัดเจน ซึ่งปัจจุบันแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่

SRI Focus : ลงทุนในกิจการที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืน (ESG)

SRI Improver : ลงทุนในกิจการที่มีศักยภาพและมีแผนพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนที่ชัดเจน

SRI Promote : ใช้ปัจจัย ESG ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ เพื่อส่งเสริมภาพรวมของพอร์ตให้ดีขึ้น

SRI Impact : มุ่งสร้างสร้างผลกระทบเชิงบวกที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

SRI Mixed Goals : ผสมผสานวัตถุประสงค์ความยั่งยืนหลายรูปแบบในกองทุนรวมเดียว

กองทุนที่ลงทุนใน Transition Bond หรือ Thailand Amber Bond จึงมักจัดอยู่ในประเภท “SRI Improver” เนื่องจากตราสารดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของกิจการ จากกิจกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงไปสู่กิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นครับ

มาถึงตรงนี้ ผมขอเล่าไปถึงการที่ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายใน พ.ศ. 2593 ซึ่งการเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ภาคธุรกิจจะต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อให้สามารถปรับตัวและดำเนินกิจกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จาก “กิจกรรมสีแดง” ไปเป็น “กิจกรรมสีเหลือง” (amber) ที่สามารถปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและก้าวไปเป็น “กิจกรรมสีเขียว” ได้ในที่สุด

“การเปลี่ยนผ่าน” ในบางธุรกิจอาจทำได้ยากและต้องใช้เงินค่อนข้างมาก เช่น ในอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงและมีข้อจำกัดในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (hard-to-abate sector) ดังนั้น “การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน” (transition finance) จึงเป็นกลไกสำคัญในการระดมทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ซึ่งที่ผ่านมาในต่างประเทศเริ่มมีการออกตราสารหนี้ที่กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อลงทุนใน “โครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่าน” กันแล้วครับ และเมื่อปี 2568 International Capital Market Association (ICMA) ได้จัดทำ Climate Transition Bond Guidelines เพื่อเป็นกรอบมาตรฐานอ้างอิงสำหรับการออกตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่านโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส เพิ่มความน่าเชื่อถือของตราสารและเพิ่มโอกาสการระดมทุนมากยิ่งขึ้นครับ

สำหรับ “ตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน” หรือ Transition Bond ของไทย จะกำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อลงทุนในโครงการที่สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือแผนด้านการเปลี่ยนผ่านขององค์กร โดยอ้างอิงมาตรฐาน Transition Bond ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยอาจเป็น Climate Transition Bond Guidelines โดย ICMA หรือ Climate Bonds Standard โดย CBI เช่น สายการบินตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ ภายใน พ.ศ. 2593 โดยมีโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องยนต์ การใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน เป็นต้น

ขณะที่ “ตราสารหนี้เพื่อกิจกรรมสีเหลืองตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy” หรือ “Thailand Amber Bond” จะกำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อลงทุนในโครงการที่เป็นกิจกรรมสีเหลือง (amber) ตามเกณฑ์การประเมินใน Thailand Taxonomy และอ้างอิงมาตรฐาน ESG Bond ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น การลงทุนในโครงการผลิตพลังงานจากก๊าซธรรมชาติที่มีความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เท่ากับ 225 gCO2e/kWh ในปี 2569 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์สีเหลืองตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy (แต่ถ้าจะให้ข้ามมาอยู่ในเกณฑ์กิจกรรมสีเขียวจะต้องมีความเข้มข้นไม่เกิน 100 gCO2e/kWh)

ก่อนจะจบคอลัมน์ในวันนี้ ผมขอทิ้งท้ายด้วยการเล่าถึงมาตรฐาน Thailand Taxonomy เล็กน้อยครับ “Thailand Taxonomy” เป็นมาตรฐานกลางที่ใช้อ้างอิงในการจำแนกและจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทย ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและคำนึงถึงบริบทของประเทศไทย โดยมีคณะทำงานฯ ทั้งภาครัฐ (รวมทั้ง ก.ล.ต.) ภาคเอกชน และภาคการเงิน ร่วมกันจัดทำขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยมีการจัดกลุ่มกิจกรรมที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจัดกลุ่มกิจกรรมเป็น 3 ระดับ ด้วยระบบ “สัญญาณไฟจราจร” ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง (amber) และสีแดง เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน และร่วมเดินหน้าสู่เป้าหมาย “Net Zero” และ “เศรษฐกิจสีเขียว” ไปด้วยกันครับ

ก.ล.ต. ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ